“ปชป.” จี้ “คลัง” เร่งเบิกจ่ายงบฯ สู้โควิดระลอกใหม่ พร้อมชู 5 แนวทางกระตุ้นศก.

ทีมเศรษฐกิจทันสมัย “ปชป.” จี้ “คลัง” เร่งเบิกจ่ายงบฯ สู้โควิดระลอกใหม่ พร้อมชู 5 แนวทางกระตุ้นศก.


นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย ระบุว่า เรื่องที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจคือ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่มีอยู่แล้ว อาทิ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทและงบอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้มีเหลือกว่า 2.6 แสนล้านบาท พร้อมเสนอ 5 แนวทางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างมียุทธศาสตร์

แนวทางแรกคือ การสร้างงาน เสริมทักษะสมรรถนะของคน ทั้งในรูปแบบ Up Skill และ Re Skill เนื่องจากคนไทยยังต้องอยู่กับโควิด-19 อีกนาน และรูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนไปแล้ว รัฐบาลสามารถลงมือทำได้เลยผ่านกลไกกระทรวงต่างๆ

แนวทางที่สองคือ การช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อม (SMEs) หรือสตาร์ทอัพ โดยการสนับสนุนเงินเดือนหรือรายได้ส่วนหนึ่งให้กับบริษัทขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถดูแลพนักงานต่อไปได้ ไม่ปลดคนงาน จนทำให้เกิดคนว่างงานเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงมาตรการในการลดรายจ่าย เช่น ภาษี

แนวทางที่สามคือ นำข้อมูลด้านดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลทางดิจิทัลจากโครงการของรัฐมากขึ้น เช่น เราชนะ คนละครึ่ง เป็นต้น ภาครัฐควรนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิ ถือโอกาสนี้นำร้านค้าเอสเอ็มอีเข้ามาในระบบภาษีมากขึ้น แล้วร้านค้าที่จ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ก็ควรจะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าในการสนับสนุนโปรโมชันให้ประชาชนนำเงินไปซื้อสินค้าเหล่านั้น ในรูปแบบ “ไทยต้องช่วยซื้อไทย” สนับสนุนสินค้าไทยที่ดีและทำถูกกฎหมาย ส่งเสริมการเรียนรู้งานด้านออนไลน์ การทำคูปองสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำเกษตรกรรม

แนวทางที่สี่คือ พิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หรือยกเลิกบางมาตราที่เป็นอุปสรรคในการเบิกจ่าย แต่ยังคงต้องตรวจสอบความโปร่งใสอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ฝ่ายราชการสามารถเร่งอนุมัติโครงการที่จำเป็นได้โดยเร็วที่สุด

แนวทางที่ห้าคือ คงมาตรการในการลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่รัฐวิสาหกิจต้องยอมอุดหนุนค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระให้กับภาคประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้

ด้านนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่าที่ สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือรัฐยังจำเป็นต้องสนับสนุนการให้องค์ความรู้ด้านการออม แม้ตอนนี้รายได้คนส่วนใหญ่น้อยลง การออมอาจทำได้ยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

อย่างไรก็ตาม การจะออมที่มากขึ้นต้องมาจากการที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นโครงการที่ทีมเศรษฐกิจทันสมัย ปชป. รวมถึงพรรค ปชป.ได้ดำเนินการผ่านกระทรวงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการเรียนจบพบงานที่เปิดตัวมา 2 ปีแล้ว เป็นช่องทางที่จะช่วยให้คนมีงานทำ ช่วยอัพสกิลและรีสกิลให้คนมีศักยภาพมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น โครงการอาชีวะเกษตร โครงการ Women Power เป็นต้น

Back to top button