มหากาพย์คดีบอส! ศาลตีตกตัวเลข 177 กม./ชม. ยึดผลผู้เชี่ยวชาญ รถวิ่งไม่เกินกฎหมายกำหนด

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ คลี่ข้อเท็จจริงคดี “บอส อยู่วิทยา” ชี้ความเร็วรถขณะเกิดเหตุ อยู่ในช่วง 70–80 กม./ชม. ตัดตัวเลข 177 กม./ชม. ที่ขาดความน่าเชื่อถือ พลิกทิศการพิจารณาคดีทั้งระบบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความคืบหน้าคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และใช้เวลากว่าสิบปีในการค้นหาความจริงในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสะท้อนคำถามสำคัญ โดยเฉพาะในมิติของการกำหนดข้อเท็จจริงที่เป็นฐานของการพิจารณาคดีอาญา

สำหรับคดี บอส อยู่วิทยา เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 จากเหตุรถยนต์สปอร์ตเฟอร์รารี่ชนรถจักรยานยนต์ของดาบตำรวจ วิเชียร กลั่นประเสริฐ จนเสียชีวิต ก่อนที่ผู้ต้องหาจะขับรถหลบหนีไปและเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลาหลายปี คดีดังกล่าวจึงถูกจับตาในฐานะคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทั้งข้อกฎหมายและความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบยุติธรรม

สาระสำคัญของคดีถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับแก่นของการวินิจฉัย นั่นคือ ความเร็วของรถยนต์ขณะเกิดเหตุ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในการประเมินความประมาทและพฤติการณ์การขับขี่

คำพิพากษาศาลเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 ระบุว่า หลักฐานเกี่ยวกับความเร็วรถในคดีนี้มีเพียง 2 ชุดข้อมูล โดยชุดแรกเป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจราจรกลาง, ผู้เชี่ยวชาญของศาล และ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์ ซึ่งให้ข้อสรุปสอดคล้องกันว่า ความเร็วรถขณะเกิดเหตุ 76-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่อีกชุดหนึ่ง เป็นการคำนวณของ ...ธนสิทธิ์ แตงจั่น (ขณะนั้นยศ พ.ต.ท.) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งระบุความเร็วสูงถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขทั้งสองชุดให้ผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ศาลจึงเห็นว่าไม่อาจยึดถือเป็นข้อเท็จจริงได้โดยปราศจากการตรวจสอบเพิ่มเติม

เพื่อคลี่คลายความแตกต่างดังกล่าว ศาลได้เชิญ .เฮอร์มันน์ สเตฟาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจำลองอุบัติเหตุระดับนานาชาติ เข้ามาดำเนินการพิสูจน์ซ้ำ ผ่านกระบวนการหลายรูปแบบ ทั้งการวิเคราะห์จากภาพกล้องวงจรปิด การจำลองสถานการณ์ด้วยซอฟต์แวร์เฉพาะทาง และการทดสอบชนจริงด้วยรถรุ่นเดียวกัน

ผลการพิสูจน์ให้ค่าความเร็วใกล้เคียงกันทุกวิธี โดยระบุว่าความเร็วอยู่ที่ประมาณ 76 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญไทยทั้งสามราย

เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด ศาลวินิจฉัยว่า ตัวเลขความเร็ว 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือน้อยที่สุด ขณะที่ช่วง 76–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสะท้อนเหตุการณ์จริงมากที่สุด

ศาลยังให้เหตุผลว่า วิธีการคำนวณของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มีข้อจำกัดทั้งในด้านกระบวนการทวนสอบทางวิทยาศาสตร์ ความสอดคล้องกับพยานผู้เชี่ยวชาญรายอื่น และประสบการณ์ด้านการพิสูจน์อุบัติเหตุเชิงฟิสิกส์ความเร็ว ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงความเห็นหลายครั้ง จึงกระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้อสรุปดังกล่าว

ศาลชี้ว่า เมื่อข้อเท็จจริงหลักอย่างความเร็วรถถูกกำหนดใหม่ การพิจารณาความประมาทและพฤติการณ์การขับขี่จำเป็นต้องปรับไปตามข้อเท็จจริงนั้น เนื่องจากความเร็วเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของคดีตั้งแต่ต้น

ในภาพรวม คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานระบบพิสูจน์หลักฐานให้มีความสม่ำเสมอและสามารถตรวจสอบซ้ำได้อย่างเป็นระบบ เพราะตัวเลขพื้นฐานเพียงค่าเดียว หากขาดกระบวนการตรวจสอบที่รอบคอบ อาจส่งผลต่อทั้งการพิจารณาคดีและความเข้าใจของสังคมในวงกว้าง

สรุปสำคัญ คือ ศาลยืนยันแล้วว่า ความเร็วรถในคดีนี้ไม่ได้อยู่ที่ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เป็นช่วง 70–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงหลักที่ใช้ประกอบการวินิจฉัยคดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สั่งจำคุก “เนตร นาคสุข” 3 ปี คดีพลิกความเร็วรถ “บอส อยู่วิทยา” ยกฟ้อง “สมยศ”

Back to top button