
“ปชน.” เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.กทม. บางพลัด–บางกอกน้อย หลัง ปส.บุกจับคดีฟอกเงินยาเสพติด
“พิจารณ์” กก.บห.พรรคประชาชน แถลงขอโทษ พร้อมเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส.กทม. เขตบางพลัด–บางกอกน้อย หลังตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าจับกุมผู้สมัครเดิม ตามหมายจับคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ธ.ค.68) เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 คน ตามหมายจับคดียาเสพติด ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดกว่า 1 ล้านบาท อาวุธปืนหลายขนาดรวม 16 กระบอก รถยนต์หรู 2 คัน และตุ๊กตาอาร์ตทอย 3 ตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน
รายงานระบุว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน เขต 33 กทม.
พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการขยายผลคดียาเสพติด หลังจากเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาชาวลาวได้ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก่อนสืบสวนเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นกรรมการผู้ถือหุ้นของบริษัทขนส่งจำนวน 4 แห่ง ซึ่งแม้จะมีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตรวจพบการใช้บัญชีธนาคารกว่า 50 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมมากกว่า 20,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเป็นบริษัทที่ใช้บังหน้าในการฟอกเงินจากยาเสพติด
ต่อมา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ในฐานะผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้ง กทม. แถลงข่าวชี้แจงว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้โทรศัพท์สอบถามตารางการหาเสียงช่วงเทศกาลปีใหม่ของ นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส. เขตบางพลัด–บางกอกน้อย ก่อนทราบว่า นายบุญฤทธิ์ถูกออกหมายจับ เนื่องจากมีรายชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทที่เชื่อมโยงกับคดีฟอกเงิน
นายพิจารณ์ ระบุว่า พรรคขออภัยต่อประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่บางพลัดและบางกอกน้อย พร้อมชี้แจงว่า พรรคได้ตรวจสอบประวัติผู้สมัครทุกคนแล้วก่อนหน้านี้ แต่ในช่วงเวลาที่ดำเนินการตรวจสอบ ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับต่อผู้สมัครรายดังกล่าว และเพิ่งทราบเรื่องหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในช่วงเช้าวันนี้
“ผมต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนอย่างสูง โดยเฉพาะชาวบางพลัดและบางกอกน้อย พรรคได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครทุกคนอย่างละเอียด แต่ในกรณีของบุญฤทธิ์ ไม่มีการออกหมายเรียก ออกมาเป็นหมายจับเลยในวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พรรคได้ตรวจประวัติผู้สมัครทุกคนเสร็จสิ้นไปแล้ว พรรคจึงไม่ทราบเรื่อง มาทราบเมื่อเช้าตอนที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้สมัครแล้ว ทันทีที่ทราบเรื่องเมื่อเช้าวันนี้ พรรคก็ได้ดำเนินการแจ้งผู้สมัครและแถลงต่อประชาชนว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เรายืนยันว่าไม่มีการปกปิดหรือปกป้องใครทั้งสิ้น” นายพิจารณ์ กล่าว
พรรคประชาชนจะดำเนินการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. ในเขตดังกล่าว ซึ่งยังสามารถดำเนินการได้ทันก่อนครบกำหนดปิดรับสมัครในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ส่วนคดีของนายบุญฤทธิ์ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม พรรคจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซง พร้อมยืนยันเรื่อง “มีส้มไม่มีเทา” ไม่มีปกป้องผู้กระทำผิด แม้จะเป็นผู้สมัครของพรรคก็ตาม
ล่าสุด นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ ขออาสากลับมาทำหน้าที่ทางการเมืองอีกครั้ง ในฐานะผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน โดยจะลงสมัคร สส. เขตบางพลัด–บางกอกน้อย
“…แม้ผมจะประกาศไปแล้วว่าผมขอวางมือจากงานการเมือง แต่วันนี้สถานการณ์คับขัน ผมยอมกลับคำพูด เพื่อให้พรรคได้มีผู้สมัครที่ประชาชนพอจะไว้วางใจได้ลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง” นายเท่าพิภพ ระบุ
