สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 11 พ.ค. 2564


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐได้กดดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มต่างๆเป็นวงกว้าง ตั้งแต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไปจนถึงกลุ่มพลังงาน โดยความตื่นตระหนกเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อได้ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงภาวะขาดแคลนแรงงานในสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย.ของสหรัฐในวันนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,269.16 จุด ลดลง 473.66 จุด หรือ -1.36% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,152.10 จุด ลดลง 36.33 จุด หรือ -0.87% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,389.43 จุด ลดลง 12.43 จุด หรือ -0.09%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหุ้นกลุ่มเดินทาง, กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มเทคโนโลยี ร่วงลงหนักที่สุด หลังจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 436.61 จุด ร่วงลง 8.78 จุด หรือ -1.97%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,267.39 จุด ร่วงลง 118.60 จุด หรือ -1.86%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,119.75 จุด ร่วงลง 280.66 จุด หรือ -1.82% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,947.99 จุด ร่วงลง 175.69 จุด หรือ -2.47%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) และเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ร่วงลงตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นนิวยอร์กซึ่งดิ่งลงอย่างรวดเร็วจากความวิตกเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ

ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,947.99 จุด ร่วงลง 175.69 จุด หรือ -2.47%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยหนุนจากการที่ท่อส่งน้ำมันของบริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์ในสหรัฐ ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 65.28 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 68.55 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้ เพื่อจับสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 1.5 ดอลลาร์ หรือ 0.08% ปิดที่ 1,836.1 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 17.5 เซนต์ หรือ 0.64% ปิดที่ 27.667 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 24.3 ดอลลาร์ หรือ 1.92% ปิดที่ 1,241.2 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. ร่วงลง 42 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 2,926.20 ดอลลาร์/ออนซ์

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (11 พ.ค.) โดยดอลลาร์ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันนี้ ขณะที่สกุลเงินยูโรได้รับปัจจัยหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.08% แตะที่ 90.1424 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.64 เยน จากระดับ 108.82 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2089 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2099 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.9034 ฟรังก์ จากระดับ 0.9007 ฟรังก์

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2152 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2144 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.4157 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4134 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7844 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7842 ดอลลาร์สหรัฐ

Back to top button