
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 515 จุด ตลาดขานรับ PMI สหรัฐแกร่ง หุ้น AI–ชิปพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากแรงหนุนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง ควบคู่แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีด้าน AI แม้หุ้นพลังงานอ่อนตัวตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง หลังทรัมป์ส่งสัญญาณคลี่คลายปมอิหร่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (2 ก.พ.69) โดยสามดัชนีหลักปิดบวก จากแรงหนุนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด และแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,407.66 จุด เพิ่มขึ้น 515.19 จุด หรือ +1.05% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,976.44 จุด เพิ่มขึ้น 37.41 จุด หรือ +0.54% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 23,592.11 จุด เพิ่มขึ้น 130.29 จุด หรือ +0.56%
หุ้นเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นนำตลาด โดยหุ้น Alphabet เพิ่มขึ้น 1.9% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้น Amazon บวก 1.5% ก่อนทั้งสองบริษัทจะรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในสัปดาห์นี้ ซึ่งนักลงทุนคาดว่า จะสะท้อนการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ได้ชัดเจนมากขึ้น
หุ้น Palantir Technologies ปรับตัวขึ้น 0.8% ก่อนรายงานงบหลังตลาดปิด ขณะที่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ซึ่งได้ประโยชน์จากความต้องการใช้งาน AI ปรับตัวขึ้นแรง โดยหุ้น SanDisk พุ่ง 15.4%, หุ้น Advanced Micro Devices เพิ่มขึ้น 4% และหุ้น Micron Technology บวก 5.5%
อย่างไรก็ดี หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางรายยังถูกขายทำกำไร โดยหุ้น NVIDIA ร่วง 2.8% หลังมีรายงานว่า บริษัทไม่ได้มีข้อผูกพันทางการเงินโดยตรงกับแผนระดมทุนมูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์ ของ OpenAI ขณะที่หุ้น Microsoft ลดลง 1.5% และหุ้น Snowflake อ่อนตัว 0.8% แม้ประกาศดีลเชิงพาณิชย์กับ OpenAI มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P 500 โดยร่วงราว 2% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงกว่า 4% ภายหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มบรรเทาลง และความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันลดลง
การอ่อนตัวของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบิน โดยหุ้น United Airlines, JetBlue, Delta Air Lines และ Southwest ปรับตัวขึ้นในช่วง 4%–8%
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมกราคม 2569 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 48.5 จาก 47.9 ในเดือนธันวาคม 2568 โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกชัตดาวน์บางส่วน ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 หลังสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณได้ทันกำหนด โดยสภาผู้แทนราษฎร มีกำหนดลงมติอีกครั้งในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่ง ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน แสดงความเชื่อมั่นว่า จะสามารถยุติการชัตดาวน์ได้ภายในวันดังกล่าว
นอกจากนี้ สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ระบุว่า จะไม่เผยแพร่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมกราคมตามกำหนดในวันศุกร์นี้ เนื่องจากผลกระทบจากการชัตดาวน์ ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดในระยะถัดไป

