
เงินไหลเข้า EM ETFs ตลาดเกิดใหม่ 15 สัปดาห์ติด 4.28 หมื่นล้านเหรียญ ลุ้นไทยจ่อรับอานิสงส์
เงินทุนไหลเข้า EM ETFs ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 15 สะสม 4.28 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนดัชนี MSCI EM พุ่งแรงสุดรอบกว่า 10 ปี ท่ามกลางดอลลาร์อ่อนและธีมกระจายความเสี่ยง นักลงทุนจับตา MSCI Thailand ซึ่งอาจได้รับอานิสงส์ในรอบถัดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลจาก สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า กองทุน ETF ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market ETFs) ที่จดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา มียอดเงินทุนไหลเข้าติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 15 แล้ว โดยมียอดสะสมรวม 4.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 มกราคม 2569 เงินทุนไหลเข้า 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินทุนไหลเข้าสะสมอยู่ที่ 2.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมาแข็งแกร่ง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและการเมืองของสหรัฐฯ และแนวโน้มการกระจายความเสี่ยงตามภูมิศาสตร์ของพอร์ตทั่วโลก
ผลตอบแทนของตลาด Emerging Markets ยังตอกย้ำแนวโน้มดังกล่าว โดยดัชนี MSCI Emerging Markets ปรับตัวขึ้น 8.8% ในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งเป็นผลตอบแทนในต้นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 (2012)
กองทุนขนาดใหญ่เป็นผู้นำกระแสเงินทุนไหลเข้าครั้งนี้ โดย iShares Core MSCI Emerging Markets ETF (IEMG) ของ BlackRock มีเงินไหลเข้า 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน ขณะที่ iShares MSCI Emerging Markets ETF มีเงินไหลเข้าอีก 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ช่วงปลายเดือนมกราคมจะมีความผันผวน ตลาดยังได้รับแรงส่งจากนักลงทุนที่มองว่าการปรับฐานเป็นโอกาสเข้าซื้อ โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย
UBS Global Wealth Management ระบุว่า ธีมการกระจายความเสี่ยงจะเป็นเสาหลักของกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 (2026) โดยพอร์ตลูกค้าหลายรายยังถือเงินสดในระดับสูงและมีการลงทุนในตลาดกำลังพัฒนายังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้น
ภายใต้กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ในรอบนี้ MSCI Thailand ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่อาจได้รับประโยชน์ในระยะถัดไปของวัฏจักร แม้น้ำหนักของไทยในดัชนี Emerging Markets จะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ราว 1.5–2% แต่ลักษณะโครงสร้างตลาดไทยที่มีหุ้นขนาดใหญ่กระจุกตัว และ สัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (Free Float) ไม่ลึกมาก ทำให้ความอ่อนไหวต่อเงินทุนต่างชาติค่อนข้างสูง
ในช่วงแรกของรอบเงินทุน EM เงินทุนส่วนใหญ่มักจะกระจุกตัวในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง เช่น ไต้หวันและเกาหลีใต้ แต่เมื่อธีมการกระจายความเสี่ยงขยายตัว นักลงทุนสถาบันมักหันมามองตลาดที่ตามหลัง (laggard) แต่มีผลตอบแทนเงินปันผลสูง และสัดส่วนการถือครองของต่างชาติยังต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน
โครงสร้างของ MSCI Thailand ประกอบด้วยหุ้นในกลุ่มโทรคมนาคม ธนาคาร พลังงาน–สาธารณูปโภค และบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอและมีบทบาทเชิงรับ (defensive) เหมาะต่อการกระจายความเสี่ยงในช่วงที่นักลงทุนมองหาทางเลือกจากหุ้นเติบโตขนาดใหญ่ในสหรัฐ แต่ยังคงต้องการความมั่นคงและรายได้จากการลงทุน
