หุ้นแถวสองที่มาแรง

ในเมื่อหุ้นใหญ่ที่หลายคนเปรียบเป็นหุ้นแถวแรกทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงกันเป็นแถวไปแล้ว ก็เป็นโอกาสของหุ้นแถวสองที่จะเริ่มทยอยโชว์ของให้นักเล่นได้เห็นเสียที


ในเมื่อหุ้นใหญ่ที่หลายคนเปรียบเป็นหุ้นแถวแรกทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงกันเป็นแถวไปแล้ว ก็เป็นโอกาสของหุ้นแถวสองที่จะเริ่มทยอยโชว์ของให้นักเล่นได้เห็นเสียที เพราะเมื่อดูจากปัจจัยพื้นฐานเทียบกับราคาเป้าที่โบรกเกอร์ให้ไว้ “โมนิก้า” มองเป็นจังหวะของการเล่นตามกระแสอย่างไม่ต้องสงสัย หลังบรรยากาศการลงทุนเอื้ออำนวยให้นักลงทุนกลับมาเล่นเก็งกำไรกันอีกรอบนะซี

ที่สำคัญวันนี้ไม่ต้องกังวลกับการย่อตัวของดัชนีเหมือนเมื่อก่อน เพราะแรงซื้อที่มาจาก “กองทุน” และ “ต่างชาติ” เมื่อวันก่อนทำใหต้นทุนซื้อหุ้นของนักลงทุนกลุ่มดังกล่าวสูงขึ้น จึงอนุมานได้ว่า นักลงทุนกลุ่มนี้จะขายหุ้นในราคาที่สูงกว่าที่เห็น ณ เวลานี้ โดยสมมติฐานที่พูดกันนั้นมองว่า ดัชนีที่ระดับ 1,470 จุดคือบริเวณขายสำคัญของการเล่นรอบนี้ จึงอยากให้นักเล่นลองประเมินกันดูนะจ๊ะ

ฉะนั้นการที่ดัชนียังเดินหน้าขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,410.44 จุด บวกไป 9.55 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.23 หมื่นล้านบาท จึงเหมือนเป็นการส่งสัญญาณคร่าว ๆ ให้นักเล่นรู้ว่า นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวยังทยอยซื้อหุ้นต่อเนื่อง ผนวกกับช่วงนี้เป็นช่วงประกาศงบปี 68 พร้อมด้วยการประกาศจ่ายปันผล เลยกลายเป็นแรงส่งให้ดัชนีทะยานขึ้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ อีฉันเลยมองว่า หุ้นแถวสองจะมีความโดดเด่นในจังหวะนี้แหละค่ะ

ตัวแรกที่นักลงทุนไม่ค่อยพูดถึง แต่เริ่มขยับตัวแรงให้เห็น “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น JMT ก่อนใครเพื่อน เพราะมองในมุมของผลงานก็พอไปได้ ผนวกกับการยืนปิดที่ระดับ 9.85 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 11.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 655 ล้านบาท เป็นการเทรดบน PE 10 เท่า และมีการให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 12 บาท จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับขาลุยอย่างแน่นอน หลังวอลุ่มซื้อหนาแน่นขึ้นเจ้าค่ะ

รายถัดมาเป็น PLANB ซึ่งรับเนื้อ ๆ “ทั้งขึ้น ทั้งล่อง” แถมเป็นสื่อโฆษณาที่มีรายได้เข้ามาเยอะสุด ๆ ในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งมีความคาดหวังต่อการใช้เงินโฆษณาเพิ่มขึ้นแบบนี้ “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นจังหวะของการโหนกระแส เพราะการยืนปิดที่ระดับ 4.24 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 7.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 219 ล้านบาท ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับปี 65 ที่ทำกำไรได้ 703 ล้านบาท แต่ราคาหุ้นอยู่สูงถึง 8.85 บาท ขณะที่กำไร 9 เดือนปีนี้อยู่ที่ 752 บาทจ้า!

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงหุ้น M เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ระดับ 21.20 บาท บวกไป 0.60 บาท หรือขึ้นไป 2.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 129 ล้านบาท ไม่ได้มาเล่น ๆ อย่างแน่นอน เพราะเมื่อดูจากวอลุ่มที่หนาแน่นขึ้น และมีเรื่องผลงานไตรมาส 4 ปี 68 ยังเป็นไฮซีซั่น และไตรมาส 1 ปี 69 กำลังซื้อยังไม่ถอย เมื่อรวมกับการปรับทัพเพื่อสู้ศึกหม้อร้อนแบบไม่ถอย จึงกลายเป็นจังหวะของการเก็บหุ้น พ่วงด้วยปันผลเจ้าค่ะ

คล้ายกับกรณีของเสือซุ่มอย่าง BCPG ซึ่งมีบทวิเคราะห์เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า กำไรของบริษัทจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 9.50-10.50 บาท แต่วันนี้ราคาหุ้นยังยืนอยู่ที่ระดับ  8.05 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 3.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 120 ล้านบาท และมีแก๊ปให้วิ่งอีกเพียบแบบนี้ อีฉันมองเป็นหุ้นแถวสองที่นักเล่นไม่ควรมองข้ามนะจะบอกให้

เช่นเดียวกับในรายของ GUNKUL ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจในความคิดของใครหลายคนเหมือนเดิม แถมกำไรก็ยังทรงตัวเหมือนปีก่อน “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ 2 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 2.04% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 96 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 10 เท่า ผสานกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 4% ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะต่อการลงทุนอะป่าว?

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button