เปิดผัง Top 50 ผู้ถือหุ้น “SpaceX” ชู Musk คุม 48.70% ดึง Big Tech-กองทุนโลกร่วมทัพ

เจาะโครงสร้างผู้ถือหุ้น Top 50 ของ SpaceX ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 พบ Elon Musk ถือหุ้นเกือบครึ่งบริษัท ขณะที่ทุน Big Tech กองทุนระดับโลก และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติร่วมถือหุ้น สะท้อนอิทธิพลทุนข้ามอุตสาหกรรม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ Space Exploration Technologies Corp. หรือ SpaceX ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากแวดวงการเงินและเทคโนโลยีทั่วโลก หลังข้อมูลชุดหนึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการกระจุกตัวของหุ้นในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ขณะเดียวกันยังพบการเข้ามาถือหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ กองทุนร่วมลงทุน ผู้จัดการสินทรัพย์ระดับโลก ตลอดจนกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติจากต่างประเทศ

ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ผู้ถือหุ้น 50 อันดับแรกของ SpaceX ถือหุ้นรวมกัน 10,218,895,295 หุ้น หรือคิดเป็นประมาณ 77.56% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด โดยผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนสูงสุดยังคงเป็น Elon Musk ซึ่งถือหุ้นจำนวน 6,418,547,515 หุ้น หรือ 48.70% ของหุ้นทั้งหมด ทำให้ Musk ยังคงเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในโครงสร้างความเป็นเจ้าของของ SpaceX และมีสัดส่วนการถือหุ้นใกล้เคียงครึ่งหนึ่งของบริษัทตามข้อมูลชุดดังกล่าว

อันดับสองคือ Google LLC ซึ่งเชื่อมโยงกับ Alphabet Inc. ถือหุ้นจำนวน 551,189,500 หุ้น หรือ 4.18% ตามมาด้วย Valor Management และ Antonio Gracias จำนวน 503,414,530 หุ้น หรือ 3.82% และ The Founders Fund / Peter Thiel จำนวน 427,306,025 หุ้น หรือ 3.24% สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของนักลงทุนยุคแรกและกลุ่มทุนเทคโนโลยีที่ยังคงมีสถานะสำคัญในโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ SpaceX

ในกลุ่มผู้จัดการสินทรัพย์และกองทุนลงทุนระดับโลก FMR LLC หรือ Fidelity อยู่ในอันดับ 5 ด้วยสัดส่วน 2.30% ขณะที่ VY Capital Management ถือ 2.06% และ Gigafund Management ถือ 1.30% ส่วน Baron Capital และ D1 Capital Partners ถือหุ้น 1.11% และ 0.96% ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบชื่อของ Sequoia Capital, Capricorn Investment Group, Darsana Capital Partners และ Andreessen Horowitz หรือ a16z อยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย

อีกประเด็นที่น่าจับตาคือการเข้ามาของเงินทุนจากตะวันออกกลาง โดย Saudi Public Investment Fund หรือ PIF อยู่ในอันดับ 8 ด้วยการถือหุ้น 154,146,835 หุ้น หรือ 1.17% ขณะที่ Kingdom Holding ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าชาย Alwaleed bin Talal อยู่ในอันดับ 19 ด้วยสัดส่วน 0.32% การปรากฏชื่อของนักลงทุนกลุ่มนี้สะท้อนให้เห็นว่า SpaceX สามารถดึงดูดเงินทุนจากแหล่งทุนระดับโลกที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่ม Venture Capital หรือบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มสถาบันการเงินและกองทุนบำเหน็จบำนาญก็เข้ามามีบทบาทในโครงสร้างผู้ถือหุ้นเช่นกัน โดย BlackRock ถือหุ้น 0.40% Baillie Gifford ถือ 0.39% และ Ontario Teachers’ Pension Plan Board ถือ 0.38% ขณะที่ Teacher Retirement System of Texas และ Harvard Management Company ก็ปรากฏอยู่ในรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย

สำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่มีความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศของ SpaceX นั้น Nvidia Corp. อยู่ในอันดับ 11 ด้วยจำนวน 122,764,805 หุ้น หรือ 0.93% ขณะที่ Tesla ปรากฏอยู่ในอันดับ 26 ด้วยจำนวน 18,990,195 หุ้น หรือ 0.14% การปรากฏชื่อของทั้ง Nvidia และ Tesla ทำให้โครงสร้างดังกล่าวถูกจับตามองในมิติของความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีอวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ ชิปประมวลผล ระบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

เมื่อมองภาพรวม โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ SpaceX ตามข้อมูลชุดนี้สะท้อนการผสมผสานระหว่างผู้ก่อตั้งและนักลงทุนยุคแรก กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก กองทุน Venture Capital และ Private Equity ตลอดจนสถาบันการเงินและกองทุนความมั่งคั่งจากต่างประเทศ โดยมี Musk เป็นศูนย์กลางของโครงสร้างการถือหุ้นด้วยสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การประเมินว่าใครมี “อำนาจควบคุม” SpaceX มากน้อยเพียงใด ไม่สามารถพิจารณาจากจำนวนหุ้นเพียงอย่างเดียว เพราะยังต้องพิจารณาประเภทของหุ้น สิทธิออกเสียง ข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น และโครงสร้างทางกฎหมายของบริษัทประกอบด้วย ดังนั้น ตัวเลข Top 50 ดังกล่าวควรถูกมองเป็นภาพสะท้อนของโครงสร้างความเป็นเจ้าของตามข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ มากกว่าจะถือเป็นหลักฐานยืนยันอำนาจควบคุมของผู้ถือหุ้นแต่ละรายโดยสมบูรณ์

ท่ามกลางการแข่งขันด้านอวกาศและเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้นขึ้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นของ SpaceX จึงมีความสำคัญมากกว่าการเป็นเพียงตัวเลขทางการเงิน เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของฐานผู้ถือหุ้นอาจสะท้อนทิศทางการระดมทุน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ SpaceX ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศและการสื่อสารของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ทั้งนี้ ตัวเลขและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นควรตรวจสอบกับเอกสารต้นทางที่สามารถยืนยันได้ก่อนนำไปใช้เป็นข้อมูลทางการเงินหรือเผยแพร่ในฐานะข้อมูลตลาดทุน โดยเฉพาะจำนวนหุ้นทั้งหมด สัดส่วนการถือครอง และสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นแต่ละราย

 

Back to top button