
“ดาวโจนส์” รีบาวด์ 316 จุด น้ำมันอ่อน-บอนด์ยีลด์ร่วง ดันหุ้นเทคฯ พุ่ง
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 316.14 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ทะยานตาม แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีหนุนตลาด หลังราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.69) รีบาวด์ขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก นำโดยหุ้นเทคโนโลยี หลังราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลง ช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงิน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 51,778.04 จุด เพิ่มขึ้น 316.14 จุด หรือ 0.61% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,637.76 จุด เพิ่มขึ้น 85.95 จุด หรือ 1.14% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,418.30 จุด เพิ่มขึ้น 439.88 จุด หรือ 1.69%
วอลล์สตรีททำผลงานรายวันดีที่สุดในรอบประมาณ 6 สัปดาห์ โดย S&P 500 ปิดบวกเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 9 วัน หลังนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นที่ถูกเทขายจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ราคาน้ำมันดิบลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังซาอุดีอาระเบียเสนอขายน้ำมันเพิ่มเติมแก่โรงกลั่นในเอเชีย ผ่านการถ่ายลำบริเวณท่าเรือโซฮาร์ของโอมาน พร้อมเร่งฟื้นฟูกำลังส่งบางส่วนของท่อส่งน้ำมัน East-West ช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 1.01 เหรียญ หรือ 0.95% ปิดที่ 104.82 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 0.52 เหรียญ หรือ 0.50% ปิดที่ 101.91 เหรียญต่อบาร์เรล
ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 4.93% จาก 5.01% ในวันก่อนหน้า ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดให้น้ำหนัก 53.1% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจาก 27.2% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน ผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย เหลือ 196,000 ราย ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 207,000 ราย สะท้อนว่าการปลดพนักงานยังอยู่ในระดับต่ำ
หุ้นเทคโนโลยีปรับขึ้นมากที่สุดในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 ขณะที่กลุ่มการเงินและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นปิดลดลง ส่วนดัชนี PHLX Semiconductor (.SOX) พุ่งมากกว่า 3% โดย Nvidia เพิ่มขึ้น 2.5% และ Advanced Micro Devices (AMD) ทะยาน 6.4%
หุ้นกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซีปรับขึ้น หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ผ่อนผันหลักเกณฑ์การซื้อขายหุ้นในรูปแบบโทเคนเป็นเวลา 5 ปี โดย Circle Internet Group และ Coinbase เพิ่มขึ้น 5.8% ส่วน Robinhood บวก 5.2%
ส่วน CoreWeave ลดลง 4.2% หลังประกาศระดมทุนผ่านการขายหุ้นและหุ้นกู้แปลงสภาพ ขณะที่ Fluence Energy ร่วง 15.4% หลังปรับลดประมาณการรายได้ประจำปีงบประมาณ 2569
