“ดาวโจนส์” ปิดลบ 197 จุด หุ้น Apple กดดัน–จับตาผลเลือกตั้งสหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 0.38% หลังหุ้น Apple ร่วง 1.9% จากความกังวลต้นทุนชิปสูงขึ้น ด้านแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีหนุน Nasdaq บวก 0.83% นักลงทุนจับตาผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 พ.ย.69) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน เคลื่อนไหวต่างทิศทาง โดยดาวโจนส์ปิดลบ ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น จากแรงซื้อกลับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางการติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 51,787.04 จุด ลดลง 0.38% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,568.92 จุด เพิ่มขึ้น 0.36% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,372.01 จุด เพิ่มขึ้น 0.83%

หุ้น Apple ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นองค์ประกอบของดาวโจนส์ ลดลง 1.9% หลังบริษัทส่งสัญญาณว่าต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสที่ครอบคลุมช่วงเทศกาลปลายปี แม้ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์

ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปฟื้นตัว โดย Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ เพิ่มขึ้น 2.6% ส่วน Nvidia เพิ่มขึ้น 2.3% หลังปรับตัวลงติดต่อกัน 4 วันทำการ ด้าน Microsoft และ Amazon เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ Advanced Micro Devices (AMD) ปรับตัวขึ้นก่อนเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิด

แรงซื้อกลับหุ้นเทคโนโลยีเกิดขึ้นหลังดัชนี Nasdaq 100 ปิดตลาดวันจันทร์ต่ำกว่าระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมมากกว่า 10% ท่ามกลางความกังวลว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจยังไม่สร้างกระแสเงินสดได้ทันในระยะสั้น

แม้ S&P 500 ปิดบวก แต่จำนวนหุ้นที่ปรับตัวลดลงในดัชนีมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น 6 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักปิดลบ นำโดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ลดลง 1.76% และกลุ่มวัสดุ ลดลง 1.75%

ด้านผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เบื้องต้น สื่อหลายสำนักคาดการณ์ว่า นายรอย คูเปอร์ อดีตผู้ว่าการรัฐนอร์ทแคโรไลนาจากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พลิกที่นั่งจากพรรครีพับลิกัน ขณะที่นายจอน ออสซอฟฟ์ จากพรรคเดโมแครต ได้รับเลือกตั้งกลับมาอีกสมัยในรัฐจอร์เจีย อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลการนับคะแนนในรัฐอื่น ๆ ว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

นอกจากนี้ ตลาดเตรียมติดตามข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนตุลาคม ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางนโยบายการเงิน

Back to top button