
ธ.ก.ส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% เริ่มมีผล 1 ม.ค. 69
ธ.ก.ส. ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% เริ่มมีผล 1 ม.ค. 69 ช่วยบรรเทาภาระหนี้สินเกษตรกร-เอสเอ็มอี พร้อมปรับมาตรการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ธ.ค.68) นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.50% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.25% ต่อปีโดยให้มีผลทันทีนั้น
ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สอดคล้องกับทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของนโยบายการเงิน รวมถึงการสนับสนุนตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาภาระหนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและมาตรการทางภาษีจากสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถฟื้นตัวและดำเนินการต่อไปได้ในภาวะที่เศรษฐกิจยังเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน
ธ.ก.ส. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทเงินเกินบัญชี (MOR) จะอยู่ที่ 6.125% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยลูกค้านิติบุคคลชั้นดี (MLR) จะเหลือ 6.025% ต่อปี
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังมีมาตรการดูแลหนี้สินเกษตรกรอย่างครบวงจรตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งในมาตรการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย เฟส 3 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1.35 ล้านราย รวมต้นเงินกว่า 203,000 ล้านบาท พร้อมทั้งมาตรการฟื้นฟูอาชีพและการสนับสนุนการลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ระหว่างการเข้าร่วมโครงการ
ธ.ก.ส. ยังมีการสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องและการประกอบอาชีพของเกษตรกร เช่น สินเชื่อแทนคุณ สินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่น สำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.50% ต่อเดือน และสินเชื่อเกษตรวิวัฒน์สำหรับสร้างรายได้คู่ขนานจากการเกษตร โดยอัตราดอกเบี้ยในปีแรกจะอยู่ที่ MRR -2% ต่อปี

