
รัฐบาล เดินหน้า “ดาต้าบูโร” เชื่อมข้อมูลการเงินทั้งระบบ ปูพรมล่ามิจฉาชีพ-แก๊งฟอกเงิน
นายกฯ “อนุทิน” ประชุมที่กระทรวงการคลัง เดินหน้ายกระดับ “ดาต้าบูโร” ออก 3 มาตรการคุมธุรกรรมทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล เสริมกลไกสกัดเข้มทุนเทา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ม.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชื่อมโยงข้อมูลการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามและตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ภายใต้แนวคิด “ดาต้าบูโร” (Data Bureau) พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
การประชุมมีผู้บริหารจาก กระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงยุติธรรม, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วม
ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับระบบ Central Fraud Registry (CFR) ให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลเส้นทางธุรกรรมทางการเงินอย่างครบถ้วน โดยในระยะที่ 1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมให้มีความครบถ้วนมากขึ้น และเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ดาต้าฮับ เช่น ระบบ CFR เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการทำธุรกรรมผ่านช่องทางใหม่ อาทิ สินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจทองคำ ทั้งทองคำจริงและทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงการโอนเงินข้ามพรมแดน ขณะที่ระบบกำกับดูแลและการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของไทยยังมีลักษณะแยกส่วน ส่งผลให้การตรวจสอบที่มา วัตถุประสงค์ และทิศทางการไหลเข้าออกของเงินทุนทำได้ยาก
ข้อมูลจากที่ประชุมระบุว่า มูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ Stablecoin สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USDT) คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 52 ของมูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมด ขณะที่สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ที่ราวร้อยละ 39 สะท้อนบทบาทของ USDT ในฐานะตัวกลางของการแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลทั่วไป (Fiat Currency)
ในการยกระดับการกำกับดูแล ที่ประชุมได้เสนอแนวคิด “Connect the Dots” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงินอย่างเป็นระบบ ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. Profile การยืนยันตัวตนและจัดทำข้อมูลผู้ทำธุรกรรม 2. Behavior การติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง และ 3. Inflow/Outflow การระบุแหล่งที่มาและปลายทางของเงินและสินทรัพย์ โดยมีระบบดาต้าบูโรเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงข้อมูล
สำหรับข้อสั่งการสำคัญ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
1. ธุรกรรมทองคำจริง (Physical Gold)
มอบหมายให้สำนักงาน ปปง. เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลธุรกรรมทองคำจริง ในฐานะหน่วยงานที่กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของผู้ประกอบการค้าทองคำ พร้อมพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินการรายงานธุรกรรมจากเดิมที่กำหนดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยอาจดำเนินการในลักษณะขั้นบันได (Step Down)
2. ธุรกรรมทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Gold)
ให้พิจารณาปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดให้การซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด พร้อมขอให้กรมสรรพากรพิจารณาจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรม และให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ต่อไป
3. สินทรัพย์ดิจิทัล
ขอให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณากำหนดการใช้หลักการ Travel Rule เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายรวบรวมข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายระหว่างกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนได้
นายอนุทิน กล่าวว่า เป้าหมายของการเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน คือการมีข้อมูลที่ครบถ้วน มีคุณภาพ และมีระบบป้องกันข้อมูลที่รัดกุม เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมและเส้นทางธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ภายใต้ความเสี่ยงด้านการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานประสานการทำงานแบบบูรณาการในทุกระดับ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่การเพิ่มภาระแก่ประชาชนหรือภาคธุรกิจสุจริต แต่เป็นการสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และเสถียรภาพให้กับระบบการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพระบบการเงินของประเทศ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตานานาประเทศ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
จับตา 9 ม.ค. ถก “Connect the Dots” เปิดกลไกเชื่อมข้อมูลการเงิน อุดช่องโหว่เส้นเงินเทา

