
ตรุษจีน 69 ม.หอการค้าไทย คาดเงินสะพัด 5.42 หมื่นล้าน โต 5% สูงสุดรอบ 6 ปี
ม.หอการค้าไทย ประเมินเงินสะพัดช่วงตรุษจีนปี 2569 แตะ 54,221 ล้านบาท เติบโต 5% สูงสุดในรอบ 6 ปี หนุน GDP ราว 1.6% รับแรงหนุนจิตวิทยาหลังเลือกตั้ง แม้ภาพรวมการใช้จ่ายยังระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.พ.69) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจ “พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนและทัศนะผู้ประกอบการในช่วงเทศกาลตรุษจีน” (เฉพาะกลุ่มที่มีการไหว้เจ้า) ว่า เทศกาลตรุษจีนปี 2569 คาดว่าจะมีเงินสะพัดรวม 54,221.53 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่ปี 2564 ขยายตัว 5% และคิดเป็นแรงส่งต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ราว 1.6%
เมื่อประเมินความคึกคักเทียบกับปี 2568 พบว่า 52.9% มองว่าคึกคักเท่าเดิม 25.5% มองว่าคึกคักมากกว่า และ 21.6% มองว่าคึกคักน้อยกว่า
นายธนวรรธน์ ระบุว่า การเติบโตเกิน 5% สะท้อนบรรยากาศที่ถือว่าคึกคัก โดยแรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากความต่อเนื่องของการใช้จ่ายช่วงวันวาเลนไทน์ และปัจจัยเชิงจิตวิทยาหลังการเลือกตั้งที่ช่วยเติมกำลังซื้อให้ภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ดีกว่าก่อนเกิดโควิด-19 และในไตรมาส 1-2/2569 เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้โดดเด่นมากนัก
ทั้งนี้ แม้เงินสะพัดจะเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนยังคงระมัดระวังการจับจ่าย โดยเฉพาะการซื้อของเซ่นไหว้ โดย 35.2% ระบุว่าใช้จ่ายเท่าเดิม 33.9% เพิ่มขึ้น และ 30.9% ลดลง ขณะที่ปริมาณการซื้อสินค้า 46.5% ระบุว่าไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน ด้านราคาของเซ่นไหว้ เทียบกับปีก่อน พบว่า 46.0% มองว่าแพงขึ้นเล็กน้อย และ 24.3% มองว่าแพงขึ้นมาก
สำหรับแผนการท่องเที่ยวหรือทำบุญช่วงตรุษจีน 55.9% ระบุว่า ไปเช้าเย็นกลับ 34.7% ไม่เดินทางท่องเที่ยว โดยในกลุ่มที่เดินทาง 93.2% เลือกท่องเที่ยวในประเทศ และ 6.8% เดินทางต่างประเทศ สะท้อนข้อจำกัดด้านเวลาและความระมัดระวังในการใช้จ่าย เนื่องจากเทศกาลปีนี้ตรงกับวันธรรมดา

