
ธปท.ดีเดย์กลางมี.ค. 69! คุมเข้มถอนเงินสด 5 ล้าน ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ สกัด “ทุนเทา”
แบงก์ชาติ เตรียมออกเกณฑ์ลูกค้าเบิกเงินสดเกิน 5 ล้านบาทต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ คาดกลางเดือน มี.ค.นี้ ปฏิรูปค่าธรรมเนียมธนาคาร 10-15 รายการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายในงาน Posttoday Thailand Economic Drives 2026 ว่า ธปท. เตรียมออกหลักเกณฑ์กำกับดูแลการถอนเงินสดวงเงินสูงตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป สถาบันการเงินต้องสอบถามวัตถุประสงค์และทำกระบวนการตรวจสอบ (customer due diligence) เพิ่มเติม ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์หรือไม่เกินกลางเดือนมีนาคม 2569 จะประกาศใช้
นายวิทัย ชี้แจงส่วนการกำหนดวงเงิน 5 ล้านบาทนั้น เป็นตัวเลขตั้งต้นที่ผ่อนปรน เพื่อให้ภาคธุรกิจมีเวลาปรับตัว หากกำหนดต่ำกว่านี้อาจกระทบมากเกินไป มองว่าคนทั่วไปคงไม่ถือเงินสด 5 ล้านบาทไปซื้อสินค้า เพราะปัจจุบันสามารถโอนเงินหรือใช้เช็คได้ แต่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น ภาคธุรกิจหรือบุคคลธรรมดาที่มีเหตุผลชัดเจนยังคงสามารถถอนเงินได้ตามปกติ โดยไม่จำกัดสิทธิ เพียงแต่ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ให้ธนาคารรับทราบ โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องปรามการใช้เงินสดในธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หรือมีความเสี่ยงสูง รวมทั้งทุนเทา
ทั้งนี้ ธปท. จะประเมินผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว เพื่อนำมาปรับใช้ในเฟสถัดไป คือ การกำกับดูแลการฝากเงินสดจำนวนสูงในลักษณะเดียวกัน โดยอาจกำหนดให้ผู้ฝากเงินตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต้องชี้แจงที่มาของเงิน
นอกจากนี้ ธปท. ยังอยู่ระหว่างหารือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อกำหนดมาตรฐานกลางในการเก็บค่าธรรมเนียมบางประเภท เน้นรายการที่พบความแตกต่างของอัตราค่าธรรมเนียมสูงเกินสมควรเมื่อเทียบกับต้นทุน เบื้องต้น จะปรับลด 10-15 รายการ จากทั้งหมดหลายสิบรายการ
กลุ่มแรก เป็นค่าธรรมเนียมธุรกรรมพื้นฐาน เช่น โอนเงิน ถอนเงินข้ามเขต เรียกเก็บเช็ค ขอ statement และค่าธรรมเนียมบัตร ATM ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SMEs เช่น ค่าดำเนินการด้านเอกสารและค่าธรรมเนียมบางประเภทที่ปัจจุบันมีอัตราแตกต่างกันตั้งแต่ 0.5- 5% คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายใน 2 เดือน
ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวถึงการแข็งค่าของเงินบาท ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น เงินทุนไหลเข้าและการอ่อนค่าของดอลลาร์ อย่างไรก็ตามในบางช่วงที่ขายทองคำจำนวนมากอาจทำให้เงินบาทแข็งค่าเกินจริง ธปท. จึงเข้าไปกำกับดูแลการซื้อขายทองคำที่มีมูลค่าสูงผิดปกติ กำหนดเพดานการเทรดไว้ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวัน และอาจพิจารณาปรับลดในอนาคตเพื่อลดความผันผวนของค่าเงิน รวมถึงป้องกันธุรกรรมที่อาจมีความผิดปกติ

