กกพ.ปรับแผนจัดหา Spot LNG เพิ่ม 3 เที่ยวเรือ รับศึกตะวันออกกลาง

ที่ประชุม กกพ. มีมติปรับแผนจัดหา Spot LNG เพิ่ม 3 เที่ยวเรือ รองรับสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำดูแลความมั่นคงพลังงานของประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 มี.ค.69) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกพ. ครั้งที่ 8/2569 (ครั้งที่ 998) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 มีมติเห็นชอบปรับแผนการจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมจำนวน 3 เที่ยวเรือ มีกำหนดส่งมอบในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน 2569 ภายหลังประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ

นายพิพัฒน์ ระบุว่า กกพ.ได้หารือร่วมกับชิปเปอร์ (Shipper) เกี่ยวกับการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG เพิ่มเติม พบว่า แหล่งก๊าซบางส่วนอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและเส้นทางขนส่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่า ประเทศไทยจะมี LNG เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการแสวงหาแหล่ง LNG เพิ่มเติมหรือทดแทนแหล่งเดิมในพื้นที่เสี่ยง กกพ. จึงได้มอบหมายให้ชิปเปอร์ดำเนินการจัดหา LNG เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจของ กกพ. ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ในกรณีเกิดการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติเป็นครั้งคราว เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของประเทศ โดยให้อำนาจคณะกรรมการสั่งการให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ดำเนินการเจรจากับผู้ขายก๊าซธรรมชาติ เพื่อหาแนวทางเพิ่มปริมาณการผลิตและการจัดหา พร้อมรายงานผลต่อคณะกรรมการ

สำนักงาน กกพ. จะติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานโลกและการจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศสามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง รวมทั้งกำกับดูแลกระบวนการจัดหา LNG และราคาพลังงานให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกัน สำนักงาน กกพ. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ตามแนวทาง “5 ป.” ได้แก่ ปลด หรือถอดปลั๊ก เครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน ปิด ไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ปรับ อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส เปลี่ยน มาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟเบอร์ 5 และปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน โดยทั้ง 5 แนวทางนี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถลดการใช้พลังงานและภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือนได้ควบคู่กัน

Back to top button