
ค่าไฟจ่อขยับ! กกพ. ชง 3 สูตร 3.95–4.59 บ. ระดม Claw Back 9.4 พันลบ. อุ้ม
กกพ. เปิดรับฟัง 3 สูตรค่าไฟงวด พ.ค.–ส.ค. 69 ที่ 3.95–4.59 บาท/หน่วย ถึง 31 มี.ค.นี้ หลังต้นทุนก๊าซ-LNG พุ่ง งัด “Claw Back” 9.4 พันล้านบาท ช่วยลดภาระประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 มี.ค.69) นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยผลการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) สำหรับรอบเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 พร้อมข้อเสนอทางเลือกเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ระหว่างวันที่ 25–31 มีนาคม 2569 ก่อนประกาศใช้อัตราค่าไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

นายพูลพัฒน์ ระบุว่า การพิจารณาค่าไฟงวดนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานโลกปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า
โดยค่า Pool Gas มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 281.3 บาทต่อล้านบีทียู ในงวดมกราคม–เมษายน 2569 เป็น 347.5 บาทต่อล้านบีทียู ในงวดพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 ขณะที่ราคา Spot LNG ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า (FAC) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย
กกพ. ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของค่า Ft ในงวดใหม่อยู่ที่ 26.69 สตางค์ต่อหน่วย โดยมีปัจจัยหลักจากราคาพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นถึง 30.70 สตางค์ต่อหน่วย แม้จะมีปัจจัยอื่นช่วยลดลงบางส่วน 4.24 สตางค์ต่อหน่วย แต่ยังไม่เพียงพอหักล้างต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ โครงสร้างเชื้อเพลิงมีการเปลี่ยนแปลง โดยปริมาณก๊าซในประเทศลดลง ส่งผลให้ต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG มากขึ้น ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ขณะที่ค่าเงินบาทแม้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่ม

สำหรับข้อเสนอค่าไฟฟ้างวด เดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 กกพ. เสนอ 3 ทางเลือก ได้แก่ กรณีที่ 1 สะท้อนต้นทุนจริงทั้งหมด รวมการชำระหนี้สะสมค่าเชื้อเพลิง (AF) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 35,928 ล้านบาท ส่งผลให้ค่า Ft อยู่ที่ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากปัจจุบันที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
กรณีที่ 2 เรียกเก็บเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงงวดปัจจุบัน โดยไม่รวมภาระหนี้สะสม ทำให้ค่า Ft อยู่ที่ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 5
และกรณีที่ 3 ใช้มาตรการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw Back) จำนวนประมาณ 9,471.84 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า ส่งผลให้ค่า Ft อยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 2
“กกพ. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ในรอบนี้มีเงื่อนไขที่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องที่จะต้องนำมาช่วยเหลือลดค่าไฟให้กับประชาชนในวงกว้าง พยุง และรักษาเสถียรภาพอัตราค่า Ft จึงทำเงิน Claw Back มาใช้ทั้งหมดเลย เพื่อจะทำให้ค่าไฟที่คาดว่าถ้าไม่มีการใช้หนี้จะอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย ลดกว่า 13 สตางค์ ทำให้มีค่าเฉลี่ยที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ในกรณีที่ 3” เลขาธิการสำนักงาน กกพ. และโฆษก กกพ. กล่าว
นายพูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในทั้ง 3 กรณี กกพ. พิจารณาให้งดการเรียกเก็บเพื่อชำระหนี้สะสมของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ในรอบนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
อย่างไรก็ตาม กกพ. ยืนยันว่า จะพิจารณากำหนดอัตราค่าไฟฟ้าโดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของ กฟผ. และ ปตท. รวมถึงความมั่นคงของระบบพลังงานในภาพรวม
เมื่อเทียบกับค่าไฟปัจจุบันงวดเดือนมกราคม–เมษายน 2569 ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ข้อเสนอใหม่สะท้อนแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของค่าไฟในงวดถัดไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
จับตา 25 มี.ค.นี้! “กกพ.” เคาะค่าไฟใหม่ เปิด 3 ทางเลือก 3.95–4.59 บาท/หน่วย
รมว.พลังงาน เล็งตรึงค่าไฟ 3.88 บาท/หน่วย งวดใหม่ สวนต้นทุน LNG พุ่ง
