
“พาณิชย์” เร่งประชาพิจารณ์ “สินค้าควบคุม” 7 รายการ จ่อชง “กากถั่วเหลือง” เข้า ครม.
กระทรวงพาณิชย์ เร่งทำประชาพิจารณ์เพิ่ม “สินค้าควบคุม” 7 รายการ บางรายการยังไม่ครบขั้นตอน ก่อนเสนอ กกร.-ครม. ขณะ “กากถั่วเหลือง” ถูกเสนอเพิ่ม เหตุเป็นวัตถุดิบสำคัญอาหารสัตว์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 มี.ค.69) ในการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้าว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนปรับเพิ่มสินค้าควบคุม จากเดิม 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยอยู่ระหว่างเสนอรายการใหม่ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแล
โดยในเบื้องต้น มีสินค้าที่อยู่ระหว่างเสนอเพิ่มในบัญชีสินค้าควบคุม รวม 7 รายการ อาทิ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ขณะที่บางรายการ เช่น กากถั่วเหลือง อยู่ระหว่างเตรียมเสนอเพิ่มเติมเข้าในบัญชี เนื่องจากเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์
นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า สินค้าทั้ง 7 รายการ ต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) ก่อน โดยเม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส ได้ดำเนินการแล้ว ขณะที่อีก 3–4 รายการ อยู่ระหว่างดำเนินการในเร็ววันนี้ จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) อีกครั้ง ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป
ขณะเดียวกัน สินค้าควบคุมเดิม 59 รายการ มีการปรับระดับมาตรการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยกลุ่มที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา จากเดิม 8 รายการ จะเพิ่มเป็น 15 รายการ เช่น กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำมันปาล์มขวด
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจพิจารณายกระดับมาตรการในระยะต่อไป ตามภาวะตลาด เช่น ไข่ไก่ น้ำตาลทราย รวมถึงยาและเวชภัณฑ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สินค้าควบคุมใหม่ 7 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก มะพร้าวอ่อน ปลากะพง กากถั่วเหลือง น้ำปลา ซีอิ๊ว และน้ำดื่มบรรจุขวด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
– กลุ่มที่ต้องแจ้งข้อมูลราคาและปริมาณ ได้แก่ เม็ดพลาสติก มะพร้าวอ่อน และปลากะพง
– กลุ่มที่ใช้มาตรการบริหาร สามารถเรียกสอบถามข้อมูลได้ ได้แก่ กากถั่วเหลือง น้ำปลา ซีอิ๊ว และน้ำดื่มบรรจุขวด เพื่อกำกับดูแลราคาและปริมาณสินค้าให้เป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
กระทรวงพาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อเฝ้าระวังและป้องปราบการกักตุนสินค้า หรือการปรับขึ้นราคาไม่เป็นธรรมทั่วประเทศ โดยในช่วงวันที่ 1–26 มีนาคม 2569 กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนรวม 410 คำร้อง ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว 187 คำร้อง ในจำนวนนี้พบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร หรือไม่สอดคล้องกับต้นทุน จำนวน 44 คำร้อง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารต้นทุนจากผู้ประกอบการเพื่อนำมาวิเคราะห์ หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจริง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะที่อีก 223 คำร้องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ดีเดย์ 1 เม.ย. “ไทยช่วยไทย” ขนสินค้าลดสูงสุด 50% ช่วยค่าครองชีพ
สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการค้าส่ง–ค้าปลีกสมัยใหม่ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ ร่วมกับผู้ผลิตและผู้จำหน่าย คัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ
โดยสินค้าเป้าหมายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภค อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และกระดาษชำระ ลดราคาสูงสุดถึง 50% ขณะที่กลุ่มสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลดราคาสูงสุด 25%
ทั้งนี้ จะให้ความสำคัญกับสินค้าเฮาส์แบรนด์ และสินค้าแบรนด์ทางเลือก เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าราคาประหยัดที่ยังคงคุณภาพ พร้อมขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงร้านโชห่วย เพื่อเสริมรายได้ให้ผู้ประกอบการฐานราก
ขณะเดียวกัน มาตรการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” ซึ่งดำเนินการอยู่แล้ว จะมีการขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน เพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรม และเชื่อมโยงกับโครงการไทยช่วยไทย รวมถึงการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์จะจัดทำปฏิทินธงฟ้าเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบ
ส่วนมาตรการช่วยเหลือภาคเกษตร “ธงเขียวพลัส” จะสนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี โดยเกษตรกรที่มีบัตรดินดีจากกรมพัฒนาที่ดินจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและเสริมสภาพคล่องในภาคเกษตรกรรม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ครม.ไฟเขียว กกร. เพิ่มสินค้าควบคุม 7 รายการ “เม็ดพลาสติก-น้ำดื่ม-ซอสปรุงรส”

