“ศุภจี” ชงครม. ดัน “ธงฟ้าโมบาย–รถพุ่มพวง–แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” ลุยลดค่าครองชีพ

“ศุภจี” เตรียมเสนอ ครม. พรุ่งนี้ (11 เม.ย.) เดินหน้ามาตรการบรรเทาภาระประชาชนช่วงวิกฤตพลังงาน ดันธงฟ้าโมบาย–รถพุ่มพวง–แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง กระจายสินค้าถึงชุมชน คุมราคาสินค้าจำเป็น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 เมษายน 2569 กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการเสนอเพื่อดูแลประชาชน

โดยการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในช่วงวิกฤตพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าสูงสุด 58% ครอบคลุมกว่า 3,000 รายการ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน และจะดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มรายได้และยกระดับสินค้า SMEs ในชุมชนกว่า 200-300 รายการ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข ผลักดันเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้าทั่วไป

ขณะเดียวกัน ได้ขยายช่องทางช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผ่านโครงการร้านธงฟ้าจำนวน 518 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเพิ่ม “ธงฟ้าโมบาย” หรือรถพุ่มพวง เพื่อกระจายสินค้าไปถึงชุมชน โดยจะมีสินค้าราคาพิเศษและบัตรเติมน้ำมัน รวมถึงเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นรถธงฟ้าโมบาย

อีกส่วนหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ นำสินค้าไปจำหน่ายในสถานศึกษา 1,000 แห่ง เพื่อจำหน่ายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนในราคาพิเศษ โดยรายละเอียดจะเสนอหลังการประชุม ครม. วันที่ 11 เมษายนนี้

ทั้งนี้ ยังมีแผนเชื่อมโยงสินค้าชุมชนและกระจายผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการจัดตลาดนัด 1,000 แห่ง โดยร่วมมือกับกระทรวงพลังงาน ใช้สถานีบริการน้ำมันเป็นจุดกระจายสินค้า

ในส่วนของสถานการณ์ปุ๋ย นางศุภจี กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีสต๊อกปุ๋ยในประเทศกว่า 340,000 ตัน เพียงพอใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม โดยปุ๋ยที่มีความเสี่ยงคือ “ยูเรีย” สัดส่วนประมาณ 36% ซึ่งต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากแหล่งที่มีปัญหาการขนส่ง ขณะที่ปุ๋ยอีก 64% ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ ไม่ได้ขาดแคลนทั้งตลาด โดยสต๊อกคงค้าง ณ สิ้นเดือนเมษายน ประมาณ 300,000 ตัน

ภายหลังหารือกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย พบว่า ปุ๋ยยูเรียยังมีเพียงพอถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาทั้งด้านราคาและปริมาณ โดยขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับขึ้นราคา พร้อมย้ำว่ามีมาตรการกำกับดูแลผ่านโครงการ “ธงเขียว”

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการ “แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นตัวกลาง คัดเลือกปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ตรงความต้องการมากขึ้น

อีกทั้งได้เร่งจัดหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยเพิ่มเติมจากต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และบรูไน คาดว่าจะมีปริมาณเข้ามาอีกกว่า 60,000 ตัน รวมถึงมีปุ๋ยตกค้างในเรือขนส่ง 5 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้สามารถขนส่งเข้าสู่ประเทศได้

นางศุภจี ยังกล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ปรับขึ้นราคาปุ๋ยโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ปิดป้ายราคาแล้ว 48 คดี พร้อมย้ำว่า “เราเจอจริง จับจริง”

  • ชู 365 วันปฏิทินเที่ยวไทย ควบคู่แก้ PM2.5

นางศุภจี ยังกล่าวถึงนโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” ว่า เป็นการใช้ศักยภาพการท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคที่มีฤดูกาลหมุนเวียนตลอดปี ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันในทุกสภาพอากาศ

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวแตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

ส่วนประเด็นฝุ่น PM2.5 นางศุภจี ระบุว่า เป็นปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรง และต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการควบคุมต้นเหตุ ลดการเผา และเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้เห็นผลทั้งระยะสั้นและระยะยาว

“การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” นางศุภจีกล่าว

Back to top button