
“ศุภจี-วราวุธ” ถกคุมเม็ดพลาสติก หลัง กกร.ขึ้นบัญชีสินค้าควบคุม สกัดราคาพุ่ง-สต๊อกตึง
พาณิชย์–อุตสาหกรรม เร่งคุมเม็ดพลาสติก หลังขึ้นบัญชีสินค้าควบคุม เดินหน้าเช็กสต๊อก–ต้นทุน ดันวัสดุทดแทน–รีไซเคิล พร้อมตั้งทีมเฉพาะกิจรับวิกฤตตะวันออกกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (8 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติก ร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าร่วม ภายหลังที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ประกาศให้ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตตะวันออกกลางที่กระทบห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ
นางศุภจี กล่าวว่า เม็ดพลาสติกเป็นสินค้าต้นทางสำคัญของหลายอุตสาหกรรม ทั้งบรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค จึงจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยมาตรการจะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และมีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ แนวทางบริหารจัดการ จะเน้นการกำหนดสินค้าเป้าหมาย เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และถุงพลาสติก เพื่อดูแลสินค้าที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพโดยตรง ควบคู่กับการผลักดันการใช้วัสดุทดแทน การหารือผู้ประกอบการเพื่อลดความซับซ้อนของสินค้า (Simplify SKU) และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ในด้านความยั่งยืน ปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียง 20–25% เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการคัดแยกและนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบ พร้อมปรับพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อลดการใช้พลาสติก
นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อบริหารจัดการรองรับภาวะขาดแคลน ดูแลต้นทุนและราคาตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกำหนดมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และป้องกันการกักตุนสินค้า รวมถึงเตรียมตั้งกลไกเฉพาะกิจ (Task Force) ร่วมกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อรับมือวิกฤตเม็ดพลาสติกอย่างเป็นระบบ
ขณะเดียวกัน นางศุภจี กล่าวถึงกรณี สหรัฐอเมริกา–อิหร่าน ประกาศหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ว่า “เป็นผลดีถ้ามีการหยุดยิงจริง” เนื่องจากจะช่วยให้สถานการณ์ด้านการขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ย้ำติดตามสต๊อกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สินค้าจำเป็นมีเพียงพอและราคาเหมาะสมในช่วงที่ความผันผวนยังอยู่ในระดับสูง
“ตอนนี้ต้องพูดคุยกับผู้ประกอบการ สต๊อกเป็นอย่างไร ทำไมราคาถึงขึ้นสูงในช่วงนี้ ซึ่งเข้าใจ เพราะต้นทางก็สูงด้วย และขาดแคลนเพราะต้องสั่งเข้ามา” นางศุภจี กล่าวก่อนเข้าประชุม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
กกร.คุมโครงสร้างราคา ขึ้นบัญชี “ซอส-น้ำดื่ม-เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม 1 ปี

