
“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะ ครม.เศรษฐกิจนัดแรก 27 เม.ย.นี้ ถกเอกชน ลุย “ไทยช่วยไทยพลัส”
“ครม.เศรษฐกิจ” ทุกวันจันทร์ เริ่มนัดแรก 27 เม.ย.นี้ นายกฯ “อนุทิน” เชิญเอกชนร่วมหารือการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ขับเคลื่อนนโยบาย ลุย “ไทยช่วยไทย พลัส” ส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน ให้ถาม “เอกนิติ” ขณะที่ “หวัง อี้” เยือนไทย ปลายเม.ย. จ่อหารือซื้อข้าว-ลงทุนไทยเพิ่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายนนี้ จะมีการประชุมครม.เศรษฐกิจ และจะประชุมวันจันทร์ โดยมีการเชิญภาคเอกชนเข้าร่วม ประกอบด้วย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย
ในการหารือนั้นมีหลายเรื่อง ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาแล้ว โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”
ส่วนความชัดเจนในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น นายอนุทิน ระบุว่า “เดี๋ยวหารือ” เรื่องแบบนี้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ชี้แจง เพราะมีข้อมูลทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในหลักการอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ และประชาชนสามารถนำเม็ดเงินนั้นไปใช้จ่ายใช้สอยได้ รัฐบาลก็มีความตั้งใจที่จะทำให้อยู่แล้ว
สำหรับกำหนดการที่ นายหวัง อี้ กรรมการกรมการเมือง คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน จะเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 23-24 เมษายนนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นการเดินทางมาภารกิจส่วนตัว และหารือด้วย โดยระหว่างไทย-จีน มีแต่เรื่องความร่วมมือกัน ซึ่งเราอาจจะขอให้จีนพิจารณาซื้อสินค้าเกษตรเพิ่ม อาทิ ข้าว ผลไม้ รวมถึงการลงทุนในไทย และสนับสนุนเทคโนโลยี (Transfer) เพิ่มเติม
- สะพัด! สั่งศึกษา หากทำ พ.ร.ก.กู้เงิน-ขยายเพดานหนี้สาธารณะ
เวลาต่อมา มีรายงานจากที่ประชุมครม. ว่า ในการประชุมครั้งนี้ ครม.ยังไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นการออกพ.ร.ก. กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาทขึ้นมาหารืออย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายการประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้นายเอกนิติ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่งศึกษาแนวทางและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง หากจำเป็นต้องดำเนินการออก พ.ร.ก.กู้เงิน รวมถึงการพิจารณาประเด็นการขยายเพดานหนี้สาธารณะ
ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ ได้แสดงความเห็นต่อที่ประชุมว่า หากมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็อยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นวิกฤตในระดับโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า การที่นายกรัฐมนตรีสั่งให้ศึกษาเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะมีการกู้หรือไม่ แต่เป็นการเตรียมการไว้กรณีหากเกิดวิกฤตจะสามารถดำเนินการได้ทันที

