“ศุภจี” ดัน Big Data-Dashboard บริหารข้าว เชื่อมข้อมูล 3 กระทรวง นำร่องอยุธยา

รองนายกฯ “ศุภจี” มอบพาณิชย์-เกษตร-อว. ปั้น Dashboard คาดการณ์ผลผลิตข้าวเรียลไทม์ นำร่องอยุธยา ช่วยวางแผนผลิต–ตลาด ดูดซับผลผลิตส่วนเกินอย่างแม่นยำ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ยกระดับการบริหารจัดการข้าวด้วยเทคโนโลยี Big Data และ Dashboard แบบเรียลไทม์ โดยเชื่อมข้อมูลร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำร่องที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้ข้อมูลดาวเทียมคาดการณ์ผลผลิต สอดคล้องกับการเพาะปลูกจริง ช่วยให้สามารถวางแผนการผลิต การตลาด และดูดซับผลผลิตส่วนเกินได้อย่างแม่นยำ

นางศุภจี กล่าวว่า เราต้องเปลี่ยนจากการบริหารแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การบริหารเชิงรุกที่ใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-Driven Policy) โดยมีระบบ Dashboard เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและทันเวลา

เจ้าหน้าที่สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการนำร่อง Dashboard เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมบูรณาการข้อมูลจาก GISTDA สำนักงานเศรษฐกิจเกษตร (สศก.) และเกษตรกร เพื่อสร้าง “ข้อมูลชุดเดียว” รองรับการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ผลจากการลงพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ ภาชี และ อุทัย พบว่า ข้อมูลดาวเทียมสามารถประเมินผลผลิตและช่วงเวลาการเพาะปลูกได้ค่อนข้างแม่นยำ สอดคล้องกับสถานการณ์จริง แต่ยังจำเป็นต้องบูรณาการข้อมูลพันธุ์ข้าว ข้อมูลสำรวจภาคสนาม และข้อมูลช่วงเจริญเติบโตเพื่อเพิ่มความแม่นยำครบวงจร การใช้ฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานช่วยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บริหารจัดการการผลิตและคุณภาพข้าวได้ตรงจุด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สามารถคาดการณ์แนวโน้มตลาดและเตรียมมาตรการรองรับผลผลิตส่วนเกินล่วงหน้า โดยตั้งเป้าว่าจะยกระดับระบบ Dashboard ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 2 เดือน

ต่อไป กระทรวงพาณิชย์จะต่อยอดด้วยการนำ AI และ Prism Model (Precision Rice Intelligence for Strategy & Market Model) ประยุกต์ใช้วิเคราะห์อุปสงค์ข้าวโลก ประเมินศักยภาพตลาด วิเคราะห์ข้อจำกัดทางการค้า และกำหนดกลยุทธ์เชิงรุก ขณะเดียวกันมีแผนขยายระบบจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้สามารถติดตามผลผลิตและบริหารอุปสงค์–อุปทานแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการผลิต การเชื่อมโยงตลาด จนถึงการกำหนดมาตรการเชิงนโยบาย

“เป้าหมายของเราคือการสร้างระบบบริหารจัดการข้าวทั้งประเทศที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกระดับเป็นหนึ่งเดียว เพื่อบริหารอุปสงค์–อุปทานแบบเรียลไทม์ และยกระดับข้าวไทยให้แข่งขันในตลาดโลก” นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย

Back to top button