
“ศุภจี” เผยหารือ USTR แจงไทยเกินดุลเพิ่ม 30% จากบริษัทมะกันลงทุน
รองนายกฯ “ศุภจี” เผย เร่งปิดดีล ART ก่อนสหรัฐฯ ใช้ “มาตรา 301” พร้อมชี้แจงเกินดุล 30% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าของบริษัทอเมริกันที่เข้ามาลงทุนในไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ (12 พ.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการหารือกับนายเจมิสัน กรีเออร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) และนายริก สไวต์เซอร์ (Rick Switzer) รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART)
นางศุภจี ระบุว่า ปัจจุบันยังมีทีมงานไทยอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อพูดคุยทางเทคนิคใน 2 ประเด็น ได้แก่ ขีดความสามารถด้านมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Capacity) และแรงงานบังคับ (Forced Labour) โดยระหว่างการเดินทางไปกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ตนได้หารือท่าทีของไทยและชี้แจงทุกประเด็นอย่างชัดเจน ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา “ไม่ได้ติดปัญหาอะไร”
ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันความมุ่งมั่นให้การค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน ไทยพยายามเร่งผลักดัน ART ที่ค้างอยู่ตั้งแต่รัฐบาลก่อน ให้แล้วเสร็จ ก่อนการไต่สวนตามมาตรา 301 (Section 301) แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ปี 1974 พร้อมหารือเรื่องสินค้าที่ไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯ
โดยข้อมูลชี้ชัดว่า ในปีที่ผ่านมา ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนพอสมควร จึงได้ชี้แจงว่า สินค้าที่ไทยเกินดุลเพิ่มเติมอย่างน้อย 30% เป็นสินค้าของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย และอีกกว่า 20% เป็นสินค้าของบริษัทไทย ดังนั้น ข้อกังวลเรื่องการสวมสิทธิ์ ไทยมีเอกสารและข้อมูลพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” ถก USTR เร่งปิดดีลการค้าสหรัฐ ลดแรงกดดันภาษี–ดันลงทุนเพิ่ม

