
ก.ล.ต. จ่อคุมเข้มผู้ตรวจสอบภายในบริษัท “IPO–SPO” ยกระดับมาตรฐาน สกัดทุจริต
ก.ล.ต. เสนอปรับหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดคุณสมบัติหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท IPO และ SPO ต้องมีวุฒิบัตรและประสบการณ์ตามมาตรฐาน พร้อมให้เปิดเผยข้อมูลต่อผู้ลงทุน มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทที่ยื่นขอเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และบริษัทจดทะเบียนที่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชน (SPO) เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับ เสริมประสิทธิภาพระบบควบคุมภายใน ลดความเสี่ยงจากการทุจริตหรือการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม และเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ลงทุน
การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. มุ่งยกระดับธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน โดยให้ความสำคัญกับบทบาทผู้ตรวจสอบภายในและระบบควบคุมภายในในฐานะกลไกสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ
สำหรับสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ที่เสนอ ประกอบด้วย 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. กำหนดคุณสมบัติ “หัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน” ทั้งกรณีมีหน่วยงานตรวจสอบภายในเอง (IA In-house) และกรณีว่าจ้างภายนอก (IA Outsource) ต้องมีวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรด้านการตรวจสอบภายในที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น CIA, IAP, CPIAT, PIAC หรือวุฒิบัตรอื่นที่ ก.ล.ต. รับรอง และต้องมีสถานะใช้งาน (Active) ณ วันที่ยื่นคำขอ IPO หรือ SPO พร้อมมีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยในจำนวนดังกล่าวต้องมีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบภายในหรือด้านที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ปี ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบสามารถพิจารณาประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องได้ตามความเหมาะสม
2. กำหนดให้บริษัท IPO, SPO และบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยข้อมูลผู้ตรวจสอบภายใน ในแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1) และ/หรือแบบ 56-1 One Report เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า การบริหารจัดการภายในของบริษัท IPO และบริษัทจดทะเบียนเป็นประเด็นที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ ต้องการให้มีผู้ตรวจสอบภายในที่มีความรู้ ความสามารถ และความเป็นมืออาชีพ สนับสนุนคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบในการกำกับดูแลกิจการอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ประสานงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพบัญชี และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านตรวจสอบภายในและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพรองรับการเติบโตของตลาดทุนไทย
ทั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักเกณฑ์ดังกล่าวถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ ก.ล.ต. ระบบกลางทางกฎหมาย หรืออีเมล fundraisingpolicy@sec.or.th.

