
“พาณิชย์” ชี้ปุ๋ย–ถุงพลาสติกราคาลด ตามน้ำมันโลกร่วง ต้นทุนผลิตคลายตัว
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผย หลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ส่งผลให้ต้นทุนปุ๋ยเคมีและเม็ดพลาสติกลดลงตาม พร้อมกำชับผู้ผลิตปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ก.ค.69) นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้ากุ้ง หลังมาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ส่งผลให้มีผลผลิตตกค้างประมาณ 300–400 ตันต่อเดือน จากยอดส่งออกไปมาเลเซียทั้งปีราว 3,400 ตัน อ้างอิงข้อมูลจากกรมศุลกากร

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งระบายผลผลิตในประเทศ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 40 แห่ง จัดโครงการรณรงค์บริโภคกุ้งในพื้นที่จังหวัดละ 10 ตัน ควบคู่การเชื่อมโยงการจำหน่ายผ่านห้างโมเดิร์นเทรด 500 ตัน และประสานผู้ประกอบการห้องเย็นรับซื้ออีก 2,000 ตัน รวมปริมาณรองรับความต้องการทั้งสิ้น 2,900 ตัน และจะดำเนินการต่อเนื่อง
สำหรับมะพร้าวแกงในแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และชุมพร ซึ่งอยู่ในช่วงผลผลิตออกมากระหว่างเดือนเมษายน–สิงหาคม กระทรวงพาณิชย์จังหวัดได้ประสานโรงงานแปรรูปและล้งให้รับซื้อโดยตรง เป้าหมาย 9 ล้านลูก พร้อมขอความร่วมมือใช้ผลผลิตในประเทศเป็นหลัก ส่งผลให้การนำเข้ามะพร้าวลูกช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ลดลง 60% และกะทิแช่แข็งลดลง 50%
ด้านมะพร้าวน้ำหอม หลังดำเนินการแก้ปัญหานอมินีและการกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 12–14 บาทต่อลูก จากช่วงเดือนมีนาคมที่อยู่เพียง 3–5 บาทต่อลูก พร้อมจัดการปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมปนที่กระทบต่อราคาผลผลิต
ขณะที่ทุเรียน ราคายังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้บางประเทศเพื่อนบ้านเผชิญภาวะราคาตกต่ำรุนแรง โดยเป็นผลจากมาตรการเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ทั้งการหาตลาดล่วงหน้า การเร่งระบายผลผลิต และการขยายตลาดใหม่ เช่น จีนภาคตะวันตก ส่งผลให้ราคาทุเรียนไทยยังทรงตัว โดยทุเรียนภาคตะวันออกออกสู่ตลาดแล้ว 98% และภาคใต้ 20% พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อเนื่อง
นายกรนิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องอย่างต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันปรับลดลง ทำให้ต้นทุนสินค้าหลายรายการลดลงตาม โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและเม็ดพลาสติก และได้หารือร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องให้ปรับราคาให้สอดคล้องต้นทุนจริง
สำหรับราคาปุ๋ยยูเรียช่วงวิกฤตเคยอยู่ที่ 1,400–1,500 บาทต่อกระสอบ ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 1,200–1,300 บาทต่อกระสอบ และมีแนวโน้มคลี่คลายต่อเนื่องจากปริมาณนำเข้าที่เพียงพอ
ส่วนเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ พบว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยราคาถุงร้อนและถุงแกงลดลงจาก 47–51 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 42–45 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่สินค้าบรรจุภัณฑ์อื่นมีแนวโน้มปรับลดลงเช่นกัน
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามและตรวจสอบต้นทุนสินค้าทุกรายการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำกับดูแลราคาเป็นไปอย่างเหมาะสม และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค โดยระบุว่าสินค้าที่เคยได้รับอนุญาตให้ปรับขึ้นราคาในช่วงต้นทุนสูง เมื่อสถานการณ์ต้นทุนปรับลดลงแล้ว ต้องพิจารณาปรับลดราคาตามความเหมาะสม

