“อนุทิน” ให้ “พาณิชย์” ศึกษาภัยไซเบอร์ตู้แช่สินค้า ปกป้องผู้ส่งออกอาหารไทย

นายกฯ แจ้ง ครม. รับทราบข่าวโจมตีระบบตู้แช่สินค้าในต่างประเทศ ให้พาณิชย์ศึกษาปัญหา เงื่อนไขชำระเงินและความจำเป็นในการทำประกัน เพื่อปกป้องผู้ผลิตและผู้ค้าอาหารไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 พ.ย.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการนำข่าวภัยไซเบอร์ที่กระทบระบบตู้แช่สินค้าในต่างประเทศมาแจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร จังหวัดอุดรธานี ว่า เป็นข่าวที่ปรากฏเมื่อช่วงเช้า จึงนำมาแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบเพื่อเตรียมการในส่วนของประเทศไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คงต้องเฝ้าระวัง ติดตามและศึกษาปัญหาดังกล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า เหตุที่นำเรื่องนี้มาแจ้งต่อที่ประชุม ครม. เนื่องจากข่าวดังกล่าวระบุถึงการรบกวนระบบเก็บรักษาอาหาร ทำให้อุณหภูมิในตู้แช่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่ได้รับทราบ

ทั้งนี้ ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปศึกษาว่าปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และเกิดขึ้นอย่างไร เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศต้นทางในการส่งสินค้าอาหารไปจำหน่ายยังต่างประเทศ จึงต้องระบุเงื่อนไขการชำระเงิน (Credit term) อย่างระมัดระวัง รวมถึงศึกษาว่าจำเป็นต้องทำประกันหรือไม่ เพื่อปกป้องผู้ผลิตและผู้ค้า

นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศไทยมีความสามารถสูงในการส่งสินค้าอาหาร ซึ่งสร้างรายได้ให้ประเทศจำนวนมาก จึงต้องรักษาประโยชน์ของผู้ขายด้วย โดยต้องป้องกันกรณีที่สินค้าส่งถึงปลายทางแล้ว ผู้ซื้ออ้างว่าเกิดเหตุลักษณะดังกล่าว ทำให้สินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือบูดเน่า และไม่ชำระเงิน

“เราต้องสร้างระบบการป้องกันให้สามารถรับมือกับภัยทางเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งผมคิดว่าคงไม่เกินความสามารถของหน่วยงานของไทยที่จะปกป้องดูแลผู้ประกอบการ” นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า เกิดการโจมตีไซเบอร์กระทบระบบตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งของซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในยุโรป รวมถึงในสวีเดน เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและร้านค้าต้องทิ้งอาหาร โดยผู้จัดการร้าน ICA แห่งหนึ่งในกรุงสตอกโฮล์มระบุว่า ตู้แช่แข็งในร้านมีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบผู้ก่อเหตุและยังยืนยันไม่ได้ว่าเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีในฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหรือไม่

Back to top button