“เอกนิติ” เปิดเฟซบุ๊กทางการ แจงวิสัยทัศน์เศรษฐกิจ ชู 5T รับมือวิกฤติ–เร่งปฏิรูปประเทศ

รองนายกฯ และรมว.คลัง เปิดเฟซบุ๊กทางการในชื่อ “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ประเดิมโพสต์แรกอธิบายแนวคิดบริหารเศรษฐกิจ ชูหลัก 5T ประคองเศรษฐกิจระยะสั้น เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และพลิกโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยการลงทุน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการในชื่อบัญชี “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารและอธิบายแนวคิด รวมถึงการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ การคลัง งบประมาณ การเงิน ตลาดทุน และการลงทุน ตลอดจนสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน

โดยนายเอกนิติ ระบุว่า เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 พร้อมกับการเผชิญวิกฤติราคาพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนการผลิต ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอย ปัญหาการขาดดุลการคลัง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้า โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด

นายเอกนิติ ระบุว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจจะยึดหลัก 5T ได้แก่ Target, Transition, Transform, Transparency และ Together เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น (Stabilize Today) เร่งการเปลี่ยนผ่าน (Transition Now) และสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว (Transform for Tomorrow) บนพื้นฐานของวินัยการเงินการคลัง

สำหรับการดูแลเศรษฐกิจระยะสั้น นายเอกนิติระบุว่า รัฐบาลเลือกใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารราคาน้ำมัน เพื่อจำกัดผลกระทบต่อฐานะการคลัง พร้อมออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในภาคขนส่งและภาคเกษตร รวมถึงดำเนินมาตรการไทยช่วยไทยพลัส และเติมเงินสวัสดิการ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและพยุงร้านค้ารายย่อย

ในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด นายเอกนิติ ระบุว่า ความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกสะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน โดยรัฐบาลจะผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกในระบบขนส่ง การติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนพร้อมระบบรับซื้อไฟฟ้าคืน และการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ

ส่วนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลประกาศให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการลงทุน เพื่อผลักดันการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และทุนมนุษย์ ควบคู่กับการปลดล็อกกฎหมายและอุปสรรคด้านการลงทุน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้กลับเข้าใกล้ระดับ 30%

นอกจากนี้ ยังระบุว่า รัฐบาลจะเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศผ่านกลไก Thailand FastPass พร้อมมุ่งให้การลงทุนสามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก สร้างงาน และยกระดับคุณภาพแรงงานไทย ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ในการให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

นายเอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างวางแผนปฏิรูประบบงบประมาณและการคลัง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจเชิงนโยบายเศรษฐกิจอาจไม่สามารถตอบโจทย์ทุกฝ่ายได้ แต่จะยึดหลักการและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ระบุทิ้งท้ายว่า จะทยอยอัปเดตข้อมูลและความคืบหน้าการดำเนินงานผ่านเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง โดยอาจมีทีมผู้ดูแลเพจสรุปกิจกรรม ให้ความรู้ และตอบคำถามประชาชนในช่วงที่ติดภารกิจ

Back to top button