
“ศุภจี” ขอบคุณหอการค้า หนุนเจรจา FTA ไทย-EU เร่งสรุปผลรอบสุดท้าย
รองนายกฯ “ศุภจี” ขอบคุณหอการค้า หนุน FTA ไทย-EU เผยรอบ 9 คืบหน้า 8 ประเด็น ปิดผลแล้ว 15 จาก 24 บท ลุยต่อรอบ 10 ในเดือนกันยายนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ก.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์ – Suphajee Suthumpun” ถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 9 หลังสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยออกมาชื่นชมการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์
นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 9 มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลจากการทำงานของทีมกระทรวงพาณิชย์และทีมไทยแลนด์ ทำให้การเจรจาเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย
“คำชื่นชมจากท่านประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นกำลังใจให้พวกเรามาก ๆ” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี ระบุว่า การเจรจารอบที่ 9 สามารถสรุปผลเพิ่มเติมได้ 8 ประเด็น ส่งผลให้ภาพรวมการเจรจาสามารถสรุปผลได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของความตกลงทั้งหมด โดยการเจรจารอบต่อไปจะมุ่งขับเคลื่อนประเด็นที่เหลือ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การจัดการพลังงานและวัตถุดิบ การค้าดิจิทัล บริการและการลงทุน รวมถึงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา
ทั้งนี้ นางศุภจี กล่าวว่า หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยแจ้งว่า การเจรจารอบล่าสุดมีความคืบหน้ามาก โดยเป็นผลจากแรงสนับสนุนทางการเมืองจากการหารือระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ซึ่งไทยได้หารือกับกรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และกรรมาธิการยุโรปด้านการเกษตรและอาหาร ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU ให้สามารถสรุปผลได้โดยเร็ว
สำหรับการเจรจารอบที่ 10 จะเริ่มขึ้นในเดือนกันยายนนี้ โดยหากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญของไทยในการขยายความร่วมมือทางการค้ากับคู่ค้าในยุโรป
ก่อนหน้านี้ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยขอแสดงความชื่นชมและสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ ในการผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 9 ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
ดร.พจน์ กล่าวว่า ความคืบหน้าจากการเจรจารอบล่าสุดเป็นพัฒนาการที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญ เนื่องจาก FTA ไทย-EU ครอบคลุมทั้งด้านการค้า การลงทุน ดิจิทัล ความยั่งยืน กฎระเบียบทางการค้า และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
สำหรับ 8 ประเด็นที่สามารถสรุปผลเพิ่มเติมในการเจรจารอบที่ 9 ประกอบด้วย 4 บท ได้แก่ บทการแข่งขันและการอุดหนุน บทรัฐวิสาหกิจ บทการระงับข้อพิพาท และบทบัญญัติว่าด้วยการบริหารจัดการความตกลง รวมถึง 4 ประเด็นประกอบความตกลง ได้แก่ ภาคผนวกเรื่องอากรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้า ภาคผนวกเรื่องการผูกขาดการนำเข้าและส่งออกสินค้า ภาคผนวกยานยนต์ภายใต้บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และพิธีสารด้านความช่วยเหลือทางศุลกากรระหว่างกัน
เมื่อรวมกับผลการเจรจาในรอบก่อนหน้า ปัจจุบันสามารถสรุปผลได้แล้ว 15 บท จากทั้งหมด 24 บท และภาคผนวกที่เกี่ยวข้อง หรือคิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของภาพรวมความตกลง
อย่างไรก็ตาม ดร.พจน์ กล่าวว่า ประเด็นที่อยู่ระหว่างการเจรจายังมีความสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้า ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม การค้าบริการและการลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การค้าดิจิทัล พลังงานและวัตถุดิบ ทรัพย์สินทางปัญญา กฎระเบียบและมาตรฐานต่าง ๆ รวมถึงประเด็นด้านความยั่งยืนและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
“สิ่งสำคัญคือ ต้องทำ FTA เป็นเครื่องมือที่ผู้ประกอบการใช้ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงความต้องการเชิงนโยบาย” ดร.พจน์ ระบุ
ทั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นจากภาคเอกชน และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงดังกล่าวได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” เผย FTA “ไทย-EU” รอบ 9 ปิดเพิ่ม 8 ประเด็น จ่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย

