คลังคลอด “พันธบัตรออมพลัส” เริ่ม 100 บาท ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% ดีเดย์ 31 ก.ค.นี้

กระทรวงการคลัง เปิดตัว “พันธบัตรออมพลัส” ครั้งแรก วงเงิน 4,000 ล้านบาท เริ่มวันที่ 31 ก.ค.นี้ เปิดให้ประชาชนลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท ชูดอกเบี้ยคงที่สูงสุด 2.80% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ขณะที่ ผอ.สบน.ประเมินผลตอบแทนน่าสนใจเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในตลาด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ครั้งที่ 1 วงเงินรวม 4,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย

สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ได้แก่ “พลัส” ทุกเดือน ด้วยการเปิดจำหน่ายพันธบัตรอย่างต่อเนื่อง “พลัส” ผลตอบแทน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ “พลัส” ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกรองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส และ “พลัส” ช่องทางจำหน่าย โดยเพิ่มช่องทางซื้อผ่านวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming

นายเอกนิติ กล่าวว่า กระทรวงการคลังต้องการให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นทางเลือกการออมที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง ไม่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยการเปิดจำหน่ายเป็นประจำจะช่วยให้ประชาชนสามารถทยอยวางแผนการออมตามกำลังของตนเองได้

“พันธบัตรออมพลัสไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เงินออมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ ขณะที่ประชาชนได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล จึงเป็นความร่วมมือที่ประชาชนและภาครัฐช่วยกันสร้างความมั่นคงให้ทั้งครัวเรือนและประเทศไทย” นายเอกนิติกล่าว

ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าวจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ณ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)

ด้านนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า พันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ครั้งที่ 1 แบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.80 ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.80 ต่อปี โดยทั้ง 2 รุ่นจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นอัตราก่อนหักภาษี

ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือเลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับเงินออมและความสะดวกของตนเอง

เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในตลาดตามข้อมูลที่ สบน.นำเสนอ พันธบัตรอายุ 3 ปีมีอัตราผลตอบแทนประมาณร้อยละ 1.27 ส่วนพันธบัตรอายุ 10 ปีมีอัตราผลตอบแทนประมาณร้อยละ 2.04 ทำให้พันธบัตรออมพลัสมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุน

นางจินดารัตน์ กล่าวต่อว่า การเลือกออกพันธบัตรอายุ 3 ปีและ 10 ปี มีความเหมาะสมกับความต้องการของผู้ลงทุนที่แตกต่างกัน โดยรุ่นอายุ 3 ปีเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะปานกลาง ขณะที่รุ่นอายุ 10 ปีเหมาะกับผู้ลงทุนระยะยาวที่ต้องการล็อกอัตราดอกเบี้ยในระดับที่สูงกว่า

นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถนำพันธบัตรรัฐบาลที่ถือครองไปใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ ภายใต้เงื่อนไขของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ระบบตลาดรองจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายได้อย่างโปร่งใส

ผอ.สบน.ประเมินว่า พันธบัตรดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากมีอัตราผลตอบแทนจูงใจ ขณะที่วงเงินจำหน่ายไม่สูงมาก จึงไม่น่ากระทบต่อสภาพคล่องเงินฝากในระบบธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งในช่วงที่ตลาดหุ้นกู้ภาคเอกชนมีการออกเสนอขายไม่หนาแน่น พันธบัตรรัฐบาลจึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการความมั่นคง

สำหรับการเปรียบเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แม้อัตราผลตอบแทนระยะสั้นอาจอยู่ในระดับสูงกว่า แต่ผู้ลงทุนไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่การลงทุนในพันธบัตรสกุลเงินบาทไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว

พันธบัตรออมพลัสครั้งนี้ออกภายใต้แผนการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกระทรวงการคลังแบ่งการจำหน่ายออกเป็น 2 ช่องทางหลัก ช่องทางละ 2,000 ล้านบาท

ช่องทางแรก จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เปิดจำหน่ายระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569

พันธบัตรที่จำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. ประกอบด้วย รุ่นอายุ 3 ปี รหัส RBP297A อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.80 ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี รหัส RBP367A อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.80 ต่อปี

ผู้มีสิทธิซื้อเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนการซื้อพันธบัตร ณ สาขาธนาคารกรุงไทย

กำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำ 100 บาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท วงเงินซื้อสูงสุดต่อราย 50 ล้านบาท และซื้อสูงสุดต่อครั้งไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ

การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้รับสิทธิก่อน จนกว่าวงเงินจำหน่ายจะครบ ผู้ที่สนใจควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเงินในวอลเล็ต สบม. ให้พร้อมก่อนวันจำหน่าย

ผู้ลงทุนสามารถเติมเงินผ่าน Mobile Banking ที่ผูกกับบัญชีธนาคารกรุงไทย หรือเติมเงินด้วย Wallet ID ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

ช่องทางที่ 2 จำหน่ายผ่านผู้จัดจำหน่าย 24 ราย ภายใต้ Bond Connect Platform รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streaming วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท เปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น.

พันธบัตรที่จำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform ประกอบด้วย รุ่นอายุ 3 ปี รหัส RBP298A อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.80 ต่อปี และรุ่นอายุ 10 ปี รหัส RBP368A อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.80 ต่อปี

ผู้มีสิทธิซื้อเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยและมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายที่กระทรวงการคลังกำหนด กำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท หรือ 1 หน่วย ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท โดยไม่จำกัดวงเงินซื้อสูงสุดและไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ

การจัดสรรใช้วิธี Small Lot First หรือทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายเป็นรอบ รอบละ 1,000 บาท ดังนั้น การจองซื้อก่อนหรือหลังภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่มีผลต่อสิทธิในการจัดสรร และช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงมากขึ้น

กรณีจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ สามารถชำระด้วยเช็คได้ตามเงื่อนไขของผู้จัดจำหน่าย แต่จะไม่รับชำระด้วยเช็คในวันที่ 5 สิงหาคม 2569

กระทรวงการคลังจะจัดสรรพันธบัตรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 หากวงเงินในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอสำหรับผู้จองซื้อทุกราย ระบบจะสุ่มจัดสรรจนเต็มวงเงินจำหน่าย โดยผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรและได้รับเงินคืนในวันเดียวกัน หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ

ทั้งนี้ วงเงินจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และ Bond Connect Platform แยกออกจากกัน ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง หรือเลือกลงทุนผ่านทั้ง 2 ช่องทางได้ตามความเหมาะสม

พันธบัตรออมพลัสเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร หรือ Scripless จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการลงทุนและธุรกรรมผ่านช่องทางที่ผู้จัดจำหน่ายกำหนด แอปพลิเคชัน Streaming และแอปพลิเคชัน Wises

สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสครั้งที่ 2 มีวงเงินรวมเบื้องต้น 4,000 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายในวันที่ 21 สิงหาคม 2569

การจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. มีกำหนดระหว่างวันที่ 4-15 กันยายน 2569 ส่วนการจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform มีกำหนดระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569

Back to top button