ก.ล.ต. คุมเข้ม “กองทุนส่วนบุคคล” ยกระดับเปิดข้อมูล–สกัดผลประโยชน์ทับซ้อน

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์กองทุนส่วนบุคคล เพิ่มความโปร่งใสด้านข้อมูลและรายงานการลงทุน พร้อมวางแนวทางจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้สอดคล้องกองทุนรวม มีผลตั้งแต่ 16 ก.ค. 69


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูลและการรายงานต่อผู้ลงทุน รวมถึงกำหนดแนวทางการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest: COI) ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุนรวม

ทั้งนี้ ยังคงหลักการให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ และไม่สร้างภาระแก่ผู้ประกอบธุรกิจเกินสมควร โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569

ก่อนหน้านี้ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 และเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2569 โดยผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศที่เสนอ

สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ประกอบด้วย การเพิ่มความชัดเจนในการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนส่วนบุคคลรูปแบบพอร์ตมาตรฐาน (PFS) โดยกำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลต้องมีความชัดเจน โปร่งใส และไม่ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะ ประเภท ความเสี่ยง หรือผลตอบแทนของการลงทุน

ตัวอย่างเช่น การเปิดเผยผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อการโฆษณา ต้องไม่เลือกแสดงเฉพาะช่วงเวลาที่มีผลตอบแทนดี และต้องนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย รวมทั้งสะท้อนลักษณะของข้อมูลอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการรายงานสถานะการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคล โดยเปิดโอกาสให้สามารถกำหนดรูปแบบการรายงานให้เหมาะสมกับประเภทผู้ลงทุนและลักษณะการให้บริการ ขณะเดียวกันยังคงให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับติดตามผลการลงทุน

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ได้เพิ่มความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์การทำธุรกรรมระหว่างกองทุนหรือระหว่างลูกค้าที่อยู่ภายใต้การจัดการเดียวกัน (Cross Trade) ให้เป็นไปตามแนวทางเดียวกับกองทุนรวม ครอบคลุมทั้งกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

รวมถึงกำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการรับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์อื่นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ทั้งนี้ ประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ฉบับ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป

Back to top button