
“บอร์ดประชารัฐ” เคาะคืนสิทธิ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” กลุ่มรถเก่า-กศน.-นิติบุคคล-บัญชีหุ้น
บอร์ดประชารัฐเห็นชอบปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 คืนสิทธิผู้เดือดร้อนจริง 4 กลุ่ม เตรียมเสนอ ครม. พิจารณา 27 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค.69) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (บอร์ดประชารัฐ) มีมติเห็นชอบปรับเพิ่มเงื่อนไขการทบทวนคัดกรองโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจริงอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยพิจารณา 2 ประเด็น ได้แก่ การปรับเงื่อนไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และการผ่อนปรนเพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ให้ประชาชนต้องเดินทางมาขอทบทวนสิทธิ โดยสามารถยื่นทบทวนสิทธิแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ได้ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง และกรุงเทพมหานคร 50 เขต
กระทรวงการคลังเตรียมนำรายละเอียดเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาต่อไป
สำหรับการปรับเพิ่มเงื่อนไขเพื่อคืนสิทธิ แบ่งเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. เกณฑ์รถยนต์และจักรยานยนต์ ยกเว้นและคืนสิทธิให้ผู้ที่มีชื่อครอบครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รวมถึงรถที่ถูกโอนลอย รถที่ถูกสวมสิทธิ รถสิ้นสภาพ หรือรถเก่าที่มีมูลค่าน้อย โดยไม่รวมรถคลาสสิกสะสม หรือรถบิ๊กไบค์ เช่น Harley Davidson นอกจากนี้ อนุโลมให้ครอบครองรถจักรยานยนต์ได้ 1 คัน ควบคู่กับรถอีก 1 คันที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระ อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีฐานะดีขึ้น และมีการจดทะเบียนรถใหม่หรือรถมือสองตั้งแต่ปี 2561 จำนวนกว่า 2.5 ล้านราย จะยังคงถูกตัดสิทธิตามเดิม เนื่องจากถือว่าเป็นการจดกรรมสิทธิ์ใหม่และสะท้อนว่ามีฐานะดีขึ้น
2. เกณฑ์นักเรียนและนักศึกษา ยกเว้นและคืนสิทธิให้กลุ่มนักศึกษานอกระบบ (กศน.) และนักศึกษาอาชีวะนอกระบบ ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีฐานะยากลำบาก โดยรัฐบาลจะคืนสิทธิให้ แต่หากมีรายได้เกินเกณฑ์จะยังคงถูกตัดสิทธิตามหลักเกณฑ์ด้านรายได้ เนื่องจากต้องพิจารณาหลายเงื่อนไขประกอบกัน
3. เกณฑ์การเป็นกรรมการนิติบุคคล ยกเว้นและคืนสิทธิให้กลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม เช่น บริษัทประชารัฐรักสามัคคี และวิสาหกิจชุมชนกว่า 105,000 ราย เนื่องจากเป็นกิจการเพื่อชุมชนและไม่ได้ดำเนินการเพื่อแสวงหากำไรส่วนกลุ่มที่ถูกแอบอ้างชื่อเป็นนอมินีในการจดทะเบียนบริษัท จะเร่งขยายผลส่งให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไป
4. เกณฑ์บัญชีหลักทรัพย์ ยกเว้นและคืนสิทธิให้ผู้ที่มีบัญชีหลักทรัพย์ที่เปิดทิ้งไว้ ไม่มีความเคลื่อนไหว ไม่เคยทำการซื้อขาย (เทรด) ถูกสวมสิทธิเปิดบัญชีหลักทรัพย์ หรือมีบัญชีแต่มูลค่าการซื้อขายต่ำมาก โดยไม่นำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ พร้อมยกเว้นกรณีที่ผู้ถือบัญชีเป็นผู้เปิดด้วยตนเองและมีเงินหมุนเวียนจริง
นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตรวจสอบพบรายชื่อผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนในนิติบุคคล 130,000 แห่ง รวมกว่า 120,000 คน โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 10,000 คน ที่มีรายชื่ออยู่ในนิติบุคคลมากกว่า 10 แห่ง และสูงสุดถึง 126 นิติบุคคลต่อคน
สำหรับกลุ่มที่ถูกนำชื่อไปเป็นนอมินี ทั้งกรณีเต็มใจรับเงินเพื่อสวมชื่อ หรือถูกหลอกลวง สามารถติดต่อเพื่อยื่นทบทวนสิทธิตามขั้นตอนได้ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งขยายผลตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มีชื่ออยู่ในหลายบริษัท และส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงกำหนดกรอบเวลาให้ประชาชนยื่นทบทวนสิทธิได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 21 กันยายน 2569 คาดว่าการปรับเงื่อนไขครั้งนี้จะทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นจากฐานผู้ผ่านการคัดกรองรอบแรกที่มีอยู่ 9.5 ล้านราย โดยรัฐบาลจะดำเนินการทุกขั้นตอนให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
