
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub พร้อมอดีตบอร์ด 2 ราย ปมแจ้งข้อมูลเท็จ คดีโจรกรรมคริปโต 1.7 พันลบ.
ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. กรณีแจ้งข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าราว 1,700 ล้านบาท เมื่อปี 2564
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการบริษัท 2 ราย ได้แก่ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) รวมทั้งกล่าวโทษอดีตกรรมการบริษัทกรณีลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อลวงบุคคลใด ๆ ตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
ก.ล.ต. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 Bitkub ถูกโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 16 สกุล จากการโจมตีทางไซเบอร์ ส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าจำนวนหนึ่งถูกนำออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท
ต่อมา Bitkub ได้จัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนสินทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2564 แต่จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบว่า Bitkub ไม่ได้แจ้งข้อมูลในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบรายงาน ดจ.1) ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยแบบรายงาน ดจ.1 ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 ไม่ปรากฏว่ายอดทรัพย์สินของ Bitkub มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์โจรกรรมดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. ตามมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
ทั้งนี้ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการของ Bitkub ในช่วงเกิดเหตุ เป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน ดจ.1 จึงต้องรับผิดเช่นเดียวกับ Bitkub ตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังพบว่า นายสกลกรย์ และนายทวีทรัพย์ ได้ลงข้อความเท็จในแบบรายงาน ดจ.1 ซึ่งเป็นเอกสารของ Bitkub ในช่วงเกิดเหตุ เพื่อทำให้ ก.ล.ต. เข้าใจว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงถูกเก็บรักษาไว้ตามปกติ และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบริษัท จึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา 88 วรรคท้าย
ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องจำนวน 3 ราย ได้แก่ Bitkub นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นอดีตกรรมการของ Bitkub ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาจะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรมตามลำดับ
ก.ล.ต. ระบุว่า จะติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และอาจมีความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน
ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. และแอปพลิเคชัน SEC Check First รวมถึงตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ Investor Alert
หากพบเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย สามารถแจ้ง “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทาง Facebook page “สำนักงาน ก.ล.ต.” และ Sec Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อให้ตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป
