
คลังปรับสูตร “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เปลี่ยนช่วยค่าห้อง 30% เป็นวงเงินคงที่ ลดช่องปรับราคา
ปลัดคลัง อัปเดต “ไทยเที่ยวไทย พลัส” จ่อเริ่ม 1 ต.ค. 69 ปรับรูปแบบช่วยค่าห้องพักเป็น Flat Rate แทน 30% พร้อมเพิ่มวงเงินค่าใช้จ่ายรายวัน หวังกระจายเม็ดเงินสู่ผู้ประกอบการรายย่อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ก.ย.69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ ผ่านโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ซึ่งเป็นการปรับปรุงรูปแบบจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ในอดีตว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการอุดหนุนและเยียวยาผู้ประกอบการในภาคบริการและการท่องเที่ยวโดยตรง โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) ซึ่งเป็นช่วงที่ธุรกิจท่องเที่ยวมีรายได้ลดลง

นายลวรณ กล่าวว่า รูปแบบโครงการมีลักษณะคล้ายกับ “เราเที่ยวด้วยกัน” แต่จะปรับปรุงรายละเอียดและปิดช่องโหว่ที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้เงินงบประมาณลงไปถึงผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง หนึ่งในจุดที่ปรับเปลี่ยนสำคัญ คือรูปแบบการช่วยเหลือค่าห้องพัก โดยจะเปลี่ยนจากการที่รัฐช่วยจ่ายเป็นสัดส่วน เช่น เดิมรัฐช่วย 30% ของค่าห้องพัก มาเป็นการกำหนดวงเงินช่วยเหลือแบบคงที่ หรือ Flat Rate ต่อห้องต่อคืน
“คอนเซปต์ของไทยเที่ยวไทย พลัส ก็คือให้คนออกไปเที่ยว จะมีลักษณะคล้าย ๆ ของเดิมที่เราเที่ยวด้วยกัน แต่ว่าเราก็จะมีการปรับปรุงรายละเอียดหลาย ๆ เรื่องให้มันดีขึ้น ช่องโหว่ที่เราเคยเกิดขึ้น ที่เราเคยเห็นก็จะถูกปิด เพื่อให้การใช้เม็ดเงินไปลงสู่ธุรกิจที่เราเป็นเป้าหมายอย่างแท้จริง ทั้งภาคบริการช่วยผู้ประกอบการ” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวต่อว่า การปรับรูปแบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในโครงการเดิม ซึ่งเมื่อรัฐกำหนดให้ช่วยจ่าย 30% ทำให้เกิดกรณีโรงแรมบางแห่งปรับเพิ่มราคาห้องพักขึ้น ส่งผลให้รัฐต้องจ่ายเงินช่วยเหลือตามราคาที่เพิ่มขึ้น
“ผมเข้าใจว่าเขาจะมีเรทเดียวเลย คือช่วยในส่วนของห้องพัก เมื่อก่อนนี้จำได้ไหมว่า เราเป็นแบบ 30% ออกให้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือแต่ละโรงแรมไปเพิ่มราคาห้องพัก เพราะมี 30% นั้น เราก็เจออันนั้นก็เป็นประสบการณ์ใช่ไหมครับ วันนี้การช่วยเหลือโรงแรม ผมเข้าใจว่าจะเป็นยอดเดียว ช่วยเท่านี้ ใครสมมติอยู่โรงแรมแพงกว่านี้ ก็ออกเองเยอะหน่อย ใครอยู่โรงแรมถูกก็ออกน้อยหน่อย หรือใครอยู่โรงแรมที่ราคาพอดีกับยอดที่กำหนด ก็ไม่ต้องออก” นายลวรณ กล่าว
นอกจากนี้ โครงการยังมีการปรับสัดส่วนการช่วยเหลือ โดยจะลดน้ำหนักจากการอุดหนุนค่าห้องพัก และเพิ่มวงเงินในส่วนของ “ค่าใช้จ่ายรายวัน” หรือ Daily Allowance เพื่อให้ประชาชนมีเงินสำหรับใช้จ่ายระหว่างการเดินทางมากขึ้น โดยการกำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน ผ่านระบบจะช่วยให้ภาครัฐสามารถควบคุมและติดตามการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งลดช่องโหว่ด้านการทุจริต เนื่องจากการใช้จ่ายจะต้องดำเนินการผ่านระบบที่กำหนด
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนสิทธิและจำนวนคืนที่ประชาชนแต่ละคนจะได้รับนั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ยังต้องรอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอรายละเอียดและตัวเลขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จึงจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการใช้สิทธิ์ทั้งหมด
ด้านงบประมาณที่จะนำมาใช้ในระยะแรกเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ คาดว่าจะมากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของวงเงินตาม พ.ร.บ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ที่จัดเตรียมไว้สำหรับมาตรการดังกล่าว
ขณะที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีการขอวงเงินสำหรับโครงการเดิมไว้ประมาณ 270,000 กว่าล้านบาท แต่ยังมีวงเงินเหลือ เนื่องจากการลงทะเบียนไม่เต็มจำนวนสิทธิที่กำหนด จึงสามารถนำวงเงินส่วนที่เหลือมาพิจารณาใช้กับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวรอบใหม่ หรือ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ได้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“สุรศักดิ์” เผย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ขยายสิทธิ 1 ล้าน ใช้งบ 3.5 พันลบ. พร้อมใช้ ธ.ค.นี้
