
“คลัง” เตรียมเปิดลงทะเบียนโซลาร์ 1 ล้านสิทธิ รับเงินสมทบ 5 หมื่นบาท กลาง ต.ค.นี้
คลังเตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือนและบนพื้นดิน รับเงินสนับสนุนเริ่มต้น 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ วงเงิน 50,000 ล้านบาท ช่วงกลางเดือน ต.ค. 69 ด้านมหาดไทยจ่อเสนอขยายเป็น 1.5 ล้านสิทธิ ตั้งเป้าเบิกจ่ายงบเปลี่ยนผ่านพลังงานแล้วเสร็จสิ้นปี 2570
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน โครงการติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือน ทั้งแบบโซลาร์รูฟท็อปและแบบติดตั้งบนพื้นดิน เพื่อรับเงินสมทบเริ่มต้น 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569
ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติม และอาจพิจารณาขยับจำนวนสิทธิเป็น 1.5 ล้านสิทธิ เบื้องต้นเตรียมเสนอรายละเอียดมายังกระทรวงการคลัง ภายในวันที่ 11 กันยายน 2569 หรือช้าสุดในช่วงต้นสัปดาห์หน้า พร้อมมั่นใจว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ และดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณเปลี่ยนผ่านพลังงานแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570
“โครงการติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือนสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน และยังสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนผ่านการขายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยาวนานกว่า 25-30 ปี ซึ่งใช้งบประมาณน้อยกว่า และดีกว่าการให้เงินสนับสนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพียงอย่างเดียว ที่จ่ายไปกว่า 60,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา” นายเอกนิติ กล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเตรียมร่วมมือกับสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้ามาเป็นผู้ลงทุนติดตั้งให้ประชาชนที่มีเงินทุนน้อย โดยรายได้จากการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้า จะถูกนำมาหักชำระค่าผ่อนชำระคืนให้ธนาคารก่อน และจำกัด 1 สิทธิต่อ 1 ครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนเมื่อเชื่อมต่อ (Jump) ไฟแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริต โดยหากประชาชนใช้ไฟฟ้าจำนวนมากจะช่วยลดรายจ่ายค่าไฟฟ้า และหากใช้ไฟฟ้าน้อยและสามารถขายไฟฟ้าได้มากกว่า จะทำให้มีรายได้ต่อเนื่องตลอดอายุของแผงโซลาร์ 25-30 ปี ซึ่งเป็นหลักคิดของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เบื้องต้น การคำนวณระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ จะสร้างรายได้ให้ประชาชนประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน
ขณะที่ระบบการไฟฟ้ามีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีความพร้อมในการรับซื้อไฟฟ้าคืน โดยจะมีการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ และสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบได้ ควบคู่กับการขยายสายส่ง และการจัดทำระบบจัดเก็บพลังงาน (Battery Storage) ซึ่งเงินลงทุนจะเป็นของการไฟฟ้าเอง ไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศ รวมถึงส่งเสริมการผลิตผ่าน มาตรการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ปัจจุบันไทยมีโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ 7-8 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐอเมริกา เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่หากนำมาขายในประเทศจะต้องเสียภาษีนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้คนนิยมนำเข้าแผงสำเร็จรูปมาใช้
นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะปรับลดภาษีศุลกากรสำหรับชิ้นส่วนประกอบที่ไทยยังผลิตเองไม่ได้ เช่น ตัวเซลล์ เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการไทยและช่วยสร้างซัพพลายเชน (Supply Chain) ในประเทศ ทำให้โรงงานไทยนำสินค้ากลับมาขายในประเทศ และแข่งขันด้านราคากับสินค้าราคาถูกจากจีนได้ พร้อมเตรียมร่วมมือกับกระทรวงแรงงานอบรมเพิ่มทักษะ เพื่อเพิ่มแรงงานด้านติดตั้งและบำรุงรักษา ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในระยะยาวต่อไป