
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 98 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย–แรงซื้อหุ้นชิปต่อเนื่อง
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 97.53 จุด หลังเฟดมีมติคงดอกเบี้ยที่ 3.75–4.00% ตามคาด ขณะที่ “หุ้นชิป” ปรับขึ้นต่อเนื่อง ด้านนักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยและผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ต.ค.69) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธที่ 28 ตุลาคม ปรับขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่ตลาดคาด ขณะที่แรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ช่วยหนุนตลาด ท่ามกลางการติดตามแนวโน้มดอกเบี้ยและผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,475.10 จุด เพิ่มขึ้น 97.53 จุด หรือ 0.19% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,743.98 จุด เพิ่มขึ้น 21.38 จุด หรือ 0.28% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,549.85 จุด เพิ่มขึ้น 72.04 จุด หรือ 0.27%
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 แกว่งตัว หลังเฟดมีมติ 10 ต่อ 2 เสียง คงกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75–4.00% ตามที่ตลาดคาด โดยระบุว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และจะพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน ขณะที่นักลงทุนติดตามการแถลงของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด และประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนดัชนีทั้ง 3 จะปิดการซื้อขายในแดนบวก
ด้านหุ้นกลุ่มชิปปรับขึ้นต่อเนื่อง โดย Micron Technology เพิ่มขึ้น 5.9% หลัง SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ รายงานกำไรไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่าจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วน Vertiv ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ เพิ่มขึ้น 16.5% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด พร้อมปรับเพิ่มประมาณการรายได้และกำไรทั้งปี
ภายหลังตลาดปิด Microsoft เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2570 สิ้นสุดเดือนกันยายน 2569 โดยมีรายได้ 9.228 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่รายได้จาก Azure ซึ่งเป็นธุรกิจคลาวด์ เพิ่มขึ้น 48% จากปีก่อน ส่งผลให้หุ้น Microsoft ปรับขึ้นกว่า 4% ในช่วงแรกของการซื้อขายนอกเวลาทำการ
ขณะที่หุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ปรับลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังเปิดเผยรายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.276 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ตามข้อมูล LSEG ท่ามกลางรายจ่ายลงทุนด้าน AI ที่อยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเตรียมติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาสหรัฐฯ ทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางดอกเบี้ยของเฟด