“เฟด” คงดอกเบี้ย 3.75–4% ย้ำสกัดเงินเฟ้อ “วอร์ช” รอข้อมูลชี้ทิศทาง ธ.ค.

เฟดมีมติ 10 ต่อ 2 คงดอกเบี้ย 3.75–4% ตามคาด “วอร์ช” ชี้เงินเฟ้อยังสูงเกินไป รอข้อมูลก่อนตัดสินใจเดือน ธ.ค. ขณะที่ตลาดลดน้ำหนักขึ้นดอกเบี้ยเล็กน้อย แต่ยังประเมินโอกาสราว 80%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ต.ค.69) ตามเวลาประเทศไทย ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) วันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 โดยมีมติ 10 ต่อ 2 เสียง คงกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75–4.00% พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นที่จะนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง

กรรมการที่ลงมติคัดค้าน ได้แก่ นางลิซา คุก กรรมการคณะผู้ว่าการเฟด และนางเบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งทั้งสองคนสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยแฮมแมคเป็นหนึ่งในกรรมการที่มีจุดยืนสายเหยี่ยว (Hawkish) หรือสนับสนุนนโยบายการเงินเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง การใช้จ่ายภายในประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ความไม่แน่นอนยังสูง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ผลิตภาพ (Productivity) เพิ่มขึ้นในอัตราสูง และการลงทุนในสินทรัพย์ทุนยังคึกคัก การจ้างงานเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน ส่วนอัตราว่างงานเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

เฟดระบุด้วยว่า ข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้อย่างทันท่วงที พร้อมยืนยันว่าจะสร้างเสถียรภาพด้านราคา

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมว่า ยังไม่ต้องการตัดสินทิศทางดอกเบี้ยครั้งต่อไปล่วงหน้า โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยออกมาในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าจะช่วยให้กรรมการประเมินได้ดีขึ้นว่า ควรขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าการเมืองและการเลือกตั้งกลางเทอมไม่มีส่วนต่อมติครั้งนี้

ด้านสำนักข่าว Anadolu รายงานว่า วอร์ช ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี แต่เงินเฟ้อยังสูงเกินไป

ขณะเดียวกัน รอยเตอร์รายงานว่า วอร์ชกล่าวว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ไม่ได้มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ร้อนแรงเกินไป ส่วนเขาไม่เห็นว่าเศรษฐกิจที่เติบโตเป็นสาเหตุให้เงินเฟ้อสูงขึ้นหรือทำให้ภารกิจของเฟดยากขึ้น พร้อมชี้ว่าผลิตภาพปรับตัวดีขึ้น แม้ยังไม่สามารถวัดได้อย่างแม่นยำ

“ในมุมมองของผม เป้าหมาย…ไม่ใช่การทำให้เศรษฐกิจสะดุดและทำให้ผู้คนตกงาน ผมไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องทำเช่นนั้น” นายวอร์ชกล่าว

นอกจากนี้ วอร์ช เปิดเผยว่า เฟดจะปรับรูปแบบการประชุมตั้งแต่ปี 2570 โดยยังประชุมปีละ 8 ครั้ง แต่จะจัดสรร 1 ครั้งสำหรับหารือยุทธศาสตร์นโยบายการเงินโดยเฉพาะ ซึ่งคาดว่าจะไม่มีการลงมติดอกเบี้ยหรือออกแถลงการณ์นโยบาย ทำให้เหลือการประชุมตัดสินนโยบายการเงิน 7 ครั้ง และคาดว่าในปี 2571 จะเพิ่มการประชุมหารือยุทธศาสตร์เป็น 2 ครั้ง เหลือการประชุมตัดสินนโยบายการเงิน 6 ครั้งต่อปี

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า หลังวอร์ชแถลงข่าว ตลาดการเงินยังประเมินโอกาสราว 80% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 8–9 ธันวาคม 2569 แม้น้ำหนักคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อยจากก่อนการแถลงข่าว

Back to top button