ศุลกากรรีดภาษีนำเข้า “บาทแรก” 11 เดือนทะลุ 4 พันลบ. ยอดพัสดุแตะ 225 ล้านชิ้น

“พันธ์ทอง” เผย 11 เดือนแรกปีงบ 69 มีพัสดุเข้าข่ายเสียภาษี 225 ล้านชิ้น มูลค่ารวม 41,000 ล้านบาท โชว์ผลงานจัดเก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก กวาดรายได้เข้าประเทศกว่า 4,000 ล้านบาท ชี้มาตรการภาษีดันราคาสินค้าออนไลน์สะท้อนต้นทุนจริง-ยอดสั่งตรงจากจีนชะลอตัว พร้อมลั่นเก็บรายได้แทนหน่วยงานรัฐอื่นแตะ 6 แสนล้านบาท รับอานิสงส์ยอดนำเข้าและส่งออกโตต่อเนื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึง สิงหาคม 2569) มีปริมาณพัสดุนำเข้าที่เข้าข่ายการจัดเก็บภาษีสูงถึง 225 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 41,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าภาพรวมทั้งปีการจัดเก็บจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรกที่เริ่มบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา สามารถจัดเก็บรายได้เข้าประเทศได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท (นับพัสดุเป็นรายกล่อง) ซึ่งมาตรการภาษีดังกล่าวทำให้ราคาสินค้าปลีกนำเข้าบนการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ (E-commerce) ขยับสูงขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริง เช่น แว่นตา จาก 300 บาท เป็น 400 บาท

“การเก็บภาษีบาทแรกส่งผลให้ปริมาณการสั่งซื้อสินค้านำเข้าโดยตรงจากประเทศจีนมีแนวโน้มลดลงหรืออยู่ในระดับทรงตัว อีกทั้งปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่มีคู่ค้าสต็อกสินค้าในไทยอยู่แล้วมากขึ้น เพื่อความสะดวกรวดเร็วและลดระยะเวลารอขนส่ง (Shipping) จากต่างประเทศ” นายพันธ์ทอง กล่าว

ขณะเดียวกัน ในส่วนของการเก็บรายได้แทนหน่วยงานรัฐอื่นในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ระดับ 590,800 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อน เนื่องจากการจัดเก็บในส่วนของภาษีสรรพสามิตและภาษีมหาดไทยเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ มั่นใจว่าตลอดทั้งปีจะสามารถจัดเก็บรายได้แทนหน่วยงานรัฐอื่นเกินเป้าหมายที่วางไว้ประมาณ 600,000 ล้านบาท และสูงกว่าปีงบประมาณ 2568 ที่มียอดจัดเก็บรายได้รวม 596,000 ล้านบาท สอดคล้องกับมูลค่าของภาคการนำเข้าและส่งออกที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง

Back to top button