
“อนุทิน” ปลื้ม! ประธานเฟดชมไทยเดินมาถูกทาง ปราบสแกมเมอร์–ฟอกเงิน สร้างเชื่อมั่นลงทุน
“อนุทิน” พบหารือ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟด เผยมั่นใจไทยเดินมาถูกทางในการปราบสแกมเมอร์-ฟอกเงิน มองความสนใจจากต่างชาติสะท้อนความเชื่อมั่นด้านลงทุนและท่องเที่ยว พร้อมติดตามความคืบหน้าเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ หารือเสถียรภาพรัฐบาล ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ต.ค.69) เวลา 12.35 น. ณ ห้อง VIP 1B ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายฌอน เค. โอนีลล์ (Sean K. O’Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เข้าร่วมหารือด้วย

ภายหลังการหารือ นายอนุทิน เปิดเผยว่า ประธานเฟดให้ความเห็นว่าประเทศไทยเดินมาถูกทางแล้ว และมีความมั่นใจในประเทศไทยในเรื่องความร่วมมือและการปราบปรามธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงิน และการค้ายาเสพติด
เมื่อถามว่า ประธานเฟดได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ประธานเฟดได้เห็นตัวเลขต่าง ๆ และแนวโน้มในช่วงที่ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดสนใจของนานาชาติ ซึ่งในช่วงนี้ไทยมีความร่วมมือต่าง ๆ มากมาย มีการทำข้อตกลงร่วมกับแทบทุกประเทศทั่วโลก และได้รับความสนใจในการเข้ามาทำธุรกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทย
ทั้งนี้ นายอนุทิน มองว่า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากทั่วโลกในการเข้ามาลงทุน เปิดธุรกิจ และท่องเที่ยวในประเทศไทย

ขณะที่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญของการหารือว่า นายกรัฐมนตรียินดีที่ไทยและสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและมีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมีโอกาสพบหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยเฉพาะการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงบทบาทและความสำคัญของประเทศไทยบนเวทีระหว่างประเทศ โดยนายวอร์ชกล่าวชื่นชมประเทศไทยและแสดงความประทับใจต่อความสำเร็จในการจัดการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของไทยในการรองรับผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศ ตลอดจนศักยภาพในการบริหารจัดการงานระดับนานาชาติ
อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงคือเสถียรภาพของรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายและการขับเคลื่อนประเด็นต่าง ๆ ที่มีความท้าทาย โดยเฉพาะในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การมีเสถียรภาพและความต่อเนื่องในการบริหารประเทศจึงมีส่วนสำคัญต่อการรับมือกับความท้าทายและการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ
นอกจากนี้ ความมีน้ำใจและการให้ความช่วยเหลือของคนไทยยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน สะท้อนอัธยาศัยไมตรีและการต้อนรับอย่างอบอุ่นของประเทศไทย ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในสายตาของนานาประเทศ

