ปิดงบปี 69 “คลัง” กวาดรายได้นำส่ง ทะลุ 2.9 ล้านลบ.

“คลัง” กางฐานะการเงินปีงบ 69 แกร่ง รายได้นำส่งคลังทะลัก 2.94 ล้านล้านบาท โต 4.4% เผยเบิกจ่ายงบพุ่ง 3.92 ล้านล้านบาท หนุนเงินคงคลังปลายงวดล้นมือ 575,653 ล้านบาท ยอดกู้ชดเชยขาดดุลลดฮวบเหลือ 8.94 แสนล้านบาท การันตีหนี้สาธารณะ 67.9% ไม่หลุดกรอบวินัยการคลัง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า ภาพรวมฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-กันยายน 2569) มีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 2,949,753 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 125,442 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ที่มีรายได้นำส่งคลังอยู่ที่ 2,824,311 ล้านบาท

ทั้งนี้ รายจ่ายของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3,922,089 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 199,020 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ที่มีการเบิกจ่ายอยู่ที่ 3,723,069 ล้านบาท

ขณะที่โครงสร้างรายจ่ายดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. รายจ่ายปีปัจจุบัน มีจำนวน 3,623,019 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 158,649 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 3,464,370 ล้านบาท และ 2. รายจ่ายปีก่อน มีจำนวน 299,070 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 40,371 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่ 258,699 ล้านบาท

สำหรับดุลเงินงบประมาณในปีงบประมาณ 2569 พบว่าขาดดุลอยู่ที่ 972,336 ล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลเพิ่มขึ้น 73,578 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.2% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ที่ขาดดุลอยู่ที่ 898,758 ล้านบาท แต่ในส่วนของดุลเงินนอกงบประมาณพบว่าเกินดุลอยู่ที่ 73,190 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30,922 ล้านบาท หรือพุ่งขึ้นถึง 73.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่เกินดุล 42,268 ล้านบาท

ขณะเดียวกันจากผลของดุลเงินงบประมาณ และดุลเงินนอกงบประมาณดังกล่าว ส่งผลให้ดุลเงินสดก่อนกู้ในปีงบประมาณ 2569 ขาดดุลอยู่ที่ 899,146 ล้านบาท ขาดดุลเพิ่มขึ้น 42,656 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดดุล 856,490 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 894,488 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 28,212 ล้านบาท หรือลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ที่มีการกู้เงินชดเชยการขาดดุลอยู่ที่ 922,700 ล้านบาท

ส่วนดุลเงินสดหลังกู้ในปีงบประมาณ 2569 ขาดดุลอยู่ที่ 4,658 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 70,868 ล้านบาท หรือลดลง 107% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2568 ที่เกินดุล 66,210 ล้านบาท และเมื่อนำมารวมกับเงินคงคลังต้นงวดที่มีจำนวน 580,311 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 66,210 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.9%

ดังนั้นส่งผลให้เงินคงคลังปลายงวด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 575,653 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยเพียง 4,658 ล้านบาท หรือลดลง 0.8% เมื่อเทียบกับเงินคงคลังปลายงวดของปีงบประมาณ 2568 ที่อยู่ในระดับ 580,311 ล้านบาท

ด้านการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณของรัฐบาลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.3% สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 2569 สามารถเบิกจ่ายได้สูงถึง 246,473 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97.12% ของกรอบวงเงินรวม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และช่วยสนับสนุนดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค (RSI) ในหลายพื้นที่ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับระดับเงินคงคลังปลายงวดที่ยังคงมีความเข้มแข็งกว่า 575,653 ล้านบาท และการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลที่ปรับตัวลดลง ยังสอดรับกับรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังของ สศค. ที่ระบุว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ระดับ 67.9% รวมถึงแนวนโยบายของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มุ่งเน้นการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด

Back to top button