ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์ Thai ESG–Thai ESGX เปิดสัดส่วนลงทุนหุ้น JUMP+ ทุก 6 เดือน

ก.ล.ต. กำหนดให้ Thai ESG–Thai ESGX ที่ลงทุนหุ้น JUMP+ เปิดเผยสัดส่วนลงทุนและความคืบหน้าตามแผนอย่างน้อยทุก 6 เดือน ส่วนการมีส่วนร่วมของ บลจ. เปิดเผยอย่างน้อยปีละครั้ง พร้อมปรับเกณฑ์ดัชนีอ้างอิงด้านความยั่งยืน มีผล 1 พ.ย. 69


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 พ.ย.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (กองทุนรวม SRI) เพื่อรองรับการลงทุนของกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund: Thai ESG) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thailand ESG Extra Fund: Thai ESGX) ในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่เข้าร่วม โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทจดทะเบียน (หุ้นโครงการ JUMP+)

การปรับปรุงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ลงทุนทราบว่ากองทุนลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้มากน้อยเพียงใด และบริษัทที่กองทุนลงทุนมีความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนอย่างไร พร้อมปรับการเปิดเผยข้อมูลดัชนีอ้างอิงด้านความยั่งยืนให้มีความยืดหยุ่นและลดความซ้ำซ้อน

ก.ล.ต. ได้ออกประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ฉบับ หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการและร่างประกาศระหว่างวันที่ 30 เมษายน–5 มิถุนายน 2569 และวันที่ 7 สิงหาคม–6 กันยายน 2569 ตามลำดับ โดยผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศดังกล่าว

สาระสำคัญของประกาศ ได้แก่ การเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนในหุ้นโครงการ JUMP+ เพื่อให้ผู้ลงทุนติดตามได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดให้ Thai ESG และ Thai ESGX ที่ลงทุนในหุ้นโครงการ JUMP+ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (factsheet) ภายใต้ส่วนสรุปข้อมูลด้านความยั่งยืน (Sustainability Corner)

ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยอย่างน้อยประกอบด้วย สัดส่วนการลงทุนในหุ้นโครงการ JUMP+ เพื่อให้ทราบว่ากองทุนลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้มากน้อยเพียงใด จำนวนบริษัทและสัดส่วนการลงทุนที่แยกตามความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผน JUMP+ รวมถึงสัดส่วนของจำนวนบริษัทในกลุ่ม JUMP+ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เข้าไปมีส่วนร่วม (engagement)

ทั้งนี้ ข้อมูลสัดส่วนการลงทุนและความคืบหน้าตามแผนต้องเปิดเผยอย่างน้อยทุก 6 เดือน ส่วนข้อมูลการมีส่วนร่วมของ บลจ. ต้องเปิดเผยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและติดตามการบริหารเงินลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงการเปิดเผยข้อมูลดัชนีอ้างอิงด้านความยั่งยืนให้ยืดหยุ่นและลดความซ้ำซ้อน โดยกำหนดให้กองทุนรวม SRI เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในหนังสือชี้ชวนฉบับเต็มและ factsheet แทนการเปิดเผยไว้ในรายละเอียดโครงการจัดการกองทุนรวม

การปรับปรุงนี้จะช่วยให้ บลจ. สามารถปรับเปลี่ยนดัชนีให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนและพัฒนาการของมาตรฐานสากลได้คล่องตัวขึ้น โดยผู้ลงทุนยังสามารถศึกษาข้อมูลดังกล่าวได้จากหนังสือชี้ชวนและ factsheet

การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้มุ่งให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ สามารถติดตามทั้งการลงทุนของกองทุนและความคืบหน้าของบริษัทที่กองทุนลงทุน พร้อมส่งเสริมความโปร่งใสของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน

ทั้งนี้ ประกาศที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฉบับ ได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

Back to top button