“ซีพี” หนุนเยาวชนทุน 300 คน ชู “ปัญญาคู่ปริญญา” เสริมทักษะผู้นำรับยุค AI

เครือซีพี ส่งเสริมเยาวชนผู้ได้รับทุน 300 คน เรียนรู้จากประสบการณ์จริงควบคู่การศึกษา ถ่ายทอดแนวคิด “6+6” เสริมทักษะภาวะผู้นำ คุณธรรม และการปรับตัวรับยุค AI ชูหลัก “ปัญญาคู่ปริญญา” มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและรับผิดชอบต่อสังคม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าส่งเสริมศักยภาพเยาวชนผู้ได้รับทุนการศึกษาจำนวน 300 คน ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงควบคู่กับองค์ความรู้ในห้องเรียน พร้อมถ่ายทอดแนวคิด “6+6” เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำงาน ภาวะผู้นำ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม รองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้หลักการสร้าง “ปัญญาคู่ปริญญา”

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานกรรมการบริหารพัฒนาผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยระหว่างการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้ได้รับทุนจำนวน 300 คน ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ว่า การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในยุคที่เทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความสามารถในการปรับตัว และการลงมือแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์จริง

ทั้งนี้ แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้เยาวชนเข้าถึงองค์ความรู้และสร้างผลงานได้อย่างรวดเร็ว แต่ความรู้และทักษะเดิมอาจเปลี่ยนแปลงหรือล้าสมัยได้ในระยะเวลาอันสั้น การเตรียมความพร้อมจึงต้องส่งเสริมให้เยาวชนสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยนำแนวคิดของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เรื่องการสร้าง “ปัญญา” ควบคู่กับ “ปริญญา” มาเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง

ดร.ธีระพลกล่าวว่า การสนับสนุนทุนการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย แต่เป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนพัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านการศึกษา การฝึกงาน และการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง เพื่อเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

“เมื่อเราได้ลงมือทำจริง ได้เจอปัญหาและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งที่เรียนรู้จะกลายเป็นปัญญาที่ติดตัวไป เราจึงอยากให้น้อง ๆ ได้ปัญญาควบคู่กับปริญญา และใช้โอกาสที่ได้รับสร้างอนาคตที่ดีให้ตัวเอง ครอบครัว และผู้อื่น” ดร.ธีระพลกล่าว

สำหรับแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำ ดร.ธีระพลระบุว่า สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเรียน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ ผ่านการฝึกวินัย ความรับผิดชอบ และการเอาชนะข้อจำกัดของตนเอง ก่อนต่อยอดไปสู่การเป็นผู้นำทีม ผู้นำองค์กร และการสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม โดยผู้ที่มีบทบาทความรับผิดชอบสูงขึ้น จำเป็นต้องตระหนักถึงผลกระทบจากการตัดสินใจต่อผู้เกี่ยวข้องมากขึ้นตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน ได้ถ่ายทอดแนวคิด “6+6” ซึ่งประกอบด้วยคุณลักษณะผู้นำ 6 ประการ ได้แก่ การเสียสละ การมีใจกว้างรู้จักให้ การรู้จักให้อภัย การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความขยันอดทนมุ่งมั่น และความกตัญญู ควบคู่กับค่านิยมหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์ 6 ประการ ได้แก่ หลัก 3 ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร การทำงานรวดเร็วและมีคุณภาพ การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม

นอกจากนี้ ดร.ธีระพลยังกล่าวถึงบทบาทของผู้นำในยุค AI ว่า แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการทำงาน แต่การพัฒนาบุคลากรยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาว ผู้นำจึงควรเปิดโอกาสให้สมาชิกในทีมได้ฝึกคิด ทดลอง และลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความสามารถในการรับผิดชอบงานและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

อีกทั้งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับความคิดเห็นใหม่ จำเป็นต้องอาศัยผู้นำที่พร้อมรับฟังและให้โอกาส โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อผิดพลาดจากการทดลอง ควรนำประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน พร้อมส่งเสริมจุดแข็งของบุคลากรแต่ละคน และให้ความสำคัญกับความสำเร็จร่วมกัน เพื่อสร้างความไว้วางใจและประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีม

ในด้านการเตรียมความพร้อมทางการเงิน ดร.ธีระพลเน้นย้ำให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย การบริหารรายรับรายจ่าย การออมอย่างมีวินัย การเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน ตลอดจนการเรียนรู้เรื่องต้นทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยง เพื่อสร้างพื้นฐานความมั่นคงทางการเงินและความสามารถในการบริหารทรัพยากรอย่างรับผิดชอบในอนาคต

ดร.ธีระพลกล่าวทิ้งท้ายว่า เยาวชนควรกล้าคิด กล้าฝัน และกล้าลงมือทำ พร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง แม้การเปลี่ยนแปลงหรือปรับทิศทางชีวิตเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต โดยคุณค่าของโอกาสที่ได้รับจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อสามารถนำความรู้และความสามารถไปสร้างประโยชน์และส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้อื่นและสังคม

Back to top button