
“รัฐ” ผนึกเอกชน ยกระดับ “บล็อกเชนไทย” สู่โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
มหกรรม Block Mountain CNX 2026 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ตอกย้ำบทบาทมหกรรมบล็อกเชนใหญ่สุดภาคเหนือ ผนึกพลังรัฐ–เอกชน–นักลงทุน ร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับประเทศสู่ศูนย์กลางการเงินยุคใหม่ระดับโลก
ดร. นที เทพโภชน์ ผู้ก่อตั้ง Block Mountain และ ประธานกรรมการ บริษัท ออมแพลทฟอร์ม จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในการรวมพลังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)
รวมถึงภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, สมาคมเมตาเวิร์สไทย, บริษัท ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (Binance TH) ในฐานะ Title Sponsor, Cryptomind Group, Cryptocity Connext, Right Shift, VOXXY, Guardian AI Lab, Tokenine, Bitcast, GM Learning Club, 9 Cat Group, Chit Hole และ SiamDapp มาร่วมกันแสดงพลังและวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การจัดงานทั้ง 4 วันมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,200 คน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชนในประเทศไทย โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจอย่างมากมาย
Thailand & Global Blockchain & Digital Asset Landscape โดยนายนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท โฉลกดอทคอม จำกัด Founder Right Shift, นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไบแนนซ์ ทีเอช บาย กัลฟ์ ไบแนนซ์ (BINANCE TH) และนายกานต์นิธิ ทองธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด, ผู้ก่อตั้ง Kim Defi Daddy และ Bitcoin Addict Thailand
ภาพรวมบล็อกเชนไทยและโลกสะท้อนว่า Bitcoin ก้าวจากสินทรัพย์เสี่ยงสู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ยึดหลัก “เงินของประชาชน” ด้วยระบบไร้ศูนย์กลางที่ไม่สามารถแทรกแซงกติกาหลักได้ ไม่ว่ารัฐหรือสถาบันการเงินจะเข้ามาถือครองก็ตาม ขณะที่ความพยายามในการปิดกั้นไม่ได้ชะลอการเติบโตของเทคโนโลยี แต่กลับเร่งให้เงินทุนและนวัตกรรมไหลไปยังประเทศที่เปิดรับมากกว่า
ด้าน DeFi ของไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและขับเคลื่อนด้วยผลตอบแทนเป็นหลัก แตกต่างจากทิศทางโลกที่มุ่งพัฒนาไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมสินทรัพย์โลกจริง (RWA) และ Tokenization เพื่อสร้างรายได้จากธุรกิจจริง โดยแนวโน้มระยะถัดไปคือการผสานเข้ากับระบบการเงินเดิมมากขึ้น ทั้งการใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันสินเชื่อและการนำสินทรัพย์ดั้งเดิมขึ้นบล็อกเชน ซึ่งการคัดเลือกโปรเจกต์ควรยึดโมเดลรายได้ที่จับต้องได้มากกว่าการแจกเหรียญเพื่อดึงสภาพคล่อง
การมี Regulatory Sandbox ในไทยถือเป็นสัญญาณบวก แต่ยังมีข้อจำกัดด้านเทคนิคและความชัดเจนหลังจบโครงการ ประกอบกับการขาดแคลนบุคลากรสายพัฒนา ทำให้โจทย์สำคัญคือการสร้าง Builder ที่คิดแบบ Global และยกระดับความเข้าใจเรื่องการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Exchange ช่วยอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้ผู้เริ่มต้นแต่มีความเสี่ยงตัวกลาง ขณะที่ Self-Custody ยังคงเป็นรูปแบบที่สะท้อนอธิปไตยทางการเงินอย่างแท้จริงภายใต้หลัก “Not your key, not your coin”
Digital Asset Programmable Use case จาก Pilot สู่ Operation โดย, ดร.นที เทพโภชน์ ประธานกรรมการ บริษัท ออมแพลทฟอร์ม จำกัด, นายทรงชัย เงินหมื่น รองผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย, นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด, นายธนวินท์ รัฐเมธา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด และนายโดม เจริญยศ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โทเคไนน์ จำกัด
Programmable Money ถูกมองเป็นทางออกของข้อจำกัดระบบธนาคารเดิม โดยใช้บล็อกเชนกำหนดเงื่อนไขเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและป้องกันทุจริต ตั้งแต่กลไก Escrow สำหรับธุรกรรมออนไลน์ การบริหารทุนวิจัย และการชำระเงินแบบ Real-time พร้อมเงื่อนไขรับประกันสินค้า รวมถึงการทดลองใช้ Digital Asset เพื่อการท่องเที่ยว เปิดให้นักท่องเที่ยวใช้ Stablecoin แลกเป็นเงินแบบตั้งเงื่อนไขและแลกกลับได้เมื่อใช้ไม่หมด
อย่างไรก็ตาม ระบบยังเผชิญปัญหามาตรฐานที่กระจัดกระจาย การทำงานข้ามระบบ และภาระเชิงปฏิบัติการ ในอนาคตจึงอยากเห็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกลางผ่าน ITMX เพื่อสร้างมาตรฐานเดียว และต่อยอดนวัตกรรมอย่าง EIP-8047 ที่สามารถล็อกเฉพาะเงินต้องสงสัยได้บน Smart Contract โดยไม่กระทบบัญชีทั้งหมด เพื่อให้เกิดการสร้างมาตรฐานกลางและ Business Adoption ในวงกว้างใช้งานได้ง่ายสำหรับทุกคน
“ความยากในการทำ Exchange” และ “การทำธุรกิจ Digital Asset ในสิงคโปร์” โดย คุณสำเร็จ วจนะเสถียร อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด และ คุณกิตติพงษ์ หิริโอตัปปะ Co-founder บริษัท 1109 พรอส์เปอร์ จำกัด
ความท้าทายของธุรกิจ Exchange ไม่ได้อยู่ที่การขอใบอนุญาต แต่คือภาระต้นทุนในการรักษามาตรฐาน โดยเฉพาะการเชื่อมเงิน Fiat เข้าสู่โลกดิจิทัลและการบริหารค่าธรรมเนียมภายใต้การแข่งขันสูง ส่งผลให้ 1109 เลือกโฟกัสธุรกิจ Dealer หรือ OTC สำหรับลูกค้ารายใหญ่ ใช้ทีมขนาดเล็กและเทคโนโลยีเพิ่มความคล่องตัว
ในมุมภูมิภาค “สิงคโปร์” ยังเป็นศูนย์กลางธุรกิจ Crypto-to-Crypto ที่เอื้อต่อการขยายบริการระดับโลก สะท้อนความต่างด้าน Mindset ระหว่างการพัฒนาต้นแบบแล้วต่อยอดอย่างรวดเร็ว กับแนวคิดของไทยที่มักรอความสมบูรณ์ก่อนออกตลาด ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าการทำ Exchange ในไทยสามารถทำได้ หากมีระบบ KYC, Custody, แพลตฟอร์มที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ และทีมกฎหมายครบถ้วน พร้อมย้ำว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับการรู้ให้จริง มีทิศทางชัด และกล้าคว้าโอกาสเพื่อสร้างประสบการณ์และเครือข่ายในระยะยาว
DCA Bitcoin โดย นายปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด กล่าวว่า บล็อกเชนและ Bitcoin ถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของอนาคต ทำให้มีการปรับพอร์ตการลงทุนมาเน้น Digital Asset และเปลี่ยนกลยุทธ์เป็นการ DCA Bitcoin เพียงอย่างเดียว เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนและสร้างวินัยการออมในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวถูกต่อยอดเป็นทิศทางของ Maxbit มุ่งส่งเสริมการออมมากกว่าการเทรด เปิดโอกาสให้รายย่อยเข้าถึงได้ง่ายด้วยเงินเริ่มต้นต่ำ พร้อมผลักดัน Bitcoin Treasury ในระดับองค์กรสนับสนุนให้นิติบุคคลและบริษัทจดทะเบียนถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองสำหรับการบริหารความมั่งคั่งระยะยาว
There is no second best โดย นายพิริยะ สัมพันธารักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท โฉลกดอทคอม จํากัด Founder Right Shift กล่าวว่า แนวคิด “There is no second best” ตอกย้ำ Bitcoin ในฐานะ “เงินที่แข็งแกร่งที่สุด” เมื่อเทียบกับเงิน Fiat ที่ถูกควบคุมและพิมพ์เพิ่มได้ จนบั่นทอนมูลค่าการออม Bitcoin จึงถูกมองเป็นการอัปเกรดทองคำสู่โลกดิจิทัล ด้วยคุณสมบัติความหายากที่ตรวจสอบได้
โดยสามารถส่งมูลค่าข้ามโลกได้ทันทีโดยไม่ต้องมีตัวกลาง และไม่สามารถถูกเสกเพิ่มได้ แตกต่างจากคริปโทฯ อื่นที่มักทำหน้าที่เป็นผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือทางการเงินเฉพาะด้าน มากกว่าจะเป็น “เงิน” โดยตรง เป้าหมายของการถือครอง Bitcoin จึงไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่คือการปกป้องอำนาจซื้อในอนาคต และนำเงินออกจากระบบที่ถูกลดทอนมูลค่าด้วยนโยบายการเงินของผู้มีอำนาจ เพื่อรักษาความมั่งคั่งที่แท้จริงไว้กับตนเอง
Bitcoin as Asset, Not Just Investment โดย ลาดา ปัญญาเนรมิตดี CSO (Chief Strategy Officer) บริษัท ลิเบอริกซ์ จำกัด กล่าวว่า Liberix คือแพลตฟอร์มสินเชื่อที่เปิดให้ผู้ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี โดยเฉพาะ Bitcoin ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมเงินบาท โดยไม่จำเป็นต้องขายเหรียญที่เชื่อมั่นในระยะยาว แนวคิดหลักคือการยกระดับคริปโทฯ จากเพียง Store of Value ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ทางการเงิน” ที่นำมาใช้สร้างสภาพคล่องได้จริง
ทั้งนี้ยังช่วยให้ผู้ใช้งานยังคงถือครองเหรียญและไม่สูญเสียโอกาสการเติบโตของราคาในอนาคต บริการของ Liberix ออกแบบให้ใช้งานง่าย เลือกสัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าสินทรัพย์ (LTV) ได้ตามความเสี่ยงที่ยอมรับ ภายใต้มาตรฐานการดูแลสินทรัพย์ระดับสถาบัน จึงตอบโจทย์ทั้งการบริหารกระแสเงินสด ต่อยอดธุรกิจ และรับมือเหตุจำเป็น โดยยังคงรักษาโอกาสการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในระยะยาว
Bitcoin Storytelling บิตคอยน์คือวัตถุดิบ…แล้วคุณปรุงมันยังไง? โดย คุณชัยยง พึ่งรัศมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.เค.คาร์ตันส์ จำกัด Bitcoiner ที่เรารู้จักกันในนาม “อาก๋ง” กล่าวว่า หลังได้ศึกษาความรู้ด้านการเงินจนตื่นรู้ ทำให้เข้าใจว่าปัญหาเงินเฟ้อไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นผลจากระบบเงิน Fiat ที่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ไม่จำกัด และกัดกินมูลค่าเงิน
จากมุมนี้จึงมองว่า Bitcoin คือทางเลือกใหม่ของการเก็บออม ด้วยคุณสมบัติจำนวนจำกัดและกติกาที่ตรวจสอบได้ โดยย้ำว่าการถือ Bitcoin เพื่อออมระยะยาวไม่ใช่การเก็งกำไร แต่เป็นการรักษามูลค่าเพื่อส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป เมื่อผู้คนมีความมั่นคงทางการเงิน จะกล้าใช้ชีวิต กล้าแบ่งปัน และคิดถึงสังคมมากขึ้น สิ่งที่อยากฝากไว้คือ เริ่มออมตั้งแต่วันนี้ในสินทรัพย์ที่ผลิตเพิ่มได้ยาก และมีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ เพราะการเข้าใจเงินและเลือกสินทรัพย์ที่ถูกต้อง คือกุญแจสำคัญในการหลุดพ้นจากวงจรชีวิตที่มองไม่เห็นอนาคต และสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงในระยะยาว

