NEXTOPIA สยามพารากอน คว้า 2 มาตรฐานระดับสากล ตอกย้ำต้นแบบรีเทลรักษ์โลก

สยามพิวรรธน์พลิกโฉมรีเทล เปิด NEXTOPIA สยามพารากอน ต้นแบบรักษ์โลกแห่งแรก คว้า 2 มาตรฐานสากล EDGE และ Fitwel ชูใช้พลังงานสะอาด 100% ปี 2569 มุ่งสู่ Net Zero ปี 2593 ตอกย้ำวิถี Siam Piwat Way


บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เดินหน้าพลิกโฉมวงการรีเทลครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวพื้นที่ “NEXTOPIA” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งถือเป็นต้นแบบพื้นที่ค้าปลีกแห่งแรกของโลก ภายใต้แนวคิด “Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle” โดยโครงการนี้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ประเทศไทย ด้วยการคว้า 2 มาตรฐานระดับสากล ได้แก่ มาตรฐานอาคารเขียว EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ในระดับ Advanced และมาตรฐานการออกแบบเพื่อสุขภาวะ Fitwel ในระดับ 2 ดาว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองทั้งสองมาตรฐานพร้อมกัน

นอกจากนี้ NEXTOPIA ยังถูกวางเป้าหมายให้เป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งแรกที่มีการใช้พลังงานสะอาด 100% ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายการดำเนินงานดังกล่าวให้ครอบคลุมศูนย์การค้าทั้งหมดภายในปี 2030 เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี 2050 การบรรลุมาตรฐานระดับโลกในครั้งนี้ ได้ตอกย้ำถึงบทบาทของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้พัฒนาโกลบอลเดสติเนชั่น และผู้นำ (Game Changer) ที่บุกเบิกการสร้างแพลตฟอร์มแห่งโอกาส เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และโลกเข้าไว้ด้วยกันอย่างยั่งยืน

พื้นที่ NEXTOPIA เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่างกลุ่มสยามพิวรรธน์ และพันธมิตรชั้นนำในระบบนิเวศธุรกิจระดับโลก (Global Ecosystem) กว่า 50 องค์กรนวัตกรรม พร้อมด้วยคู่ค้า และ 30 คอมมูนิตี้ภายใต้เครือข่าย Friends of NEXTOPIA โดยถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดปฏิวัติวงการ (Revolutionary Concept) ให้เป็นแพลตฟอร์ม “Co-creating Communities for a Better World” เพื่อนำเสนอไลฟ์สไตล์สู่อนาคตที่ดีกว่า ทั้งนี้ โครงการได้บูรณาการหลักการด้านสุขภาวะเข้าไปในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้าง ตลอดจนการนำนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารมาปรับใช้อย่างครอบคลุม

ชูมาตรฐาน EDGE ยกระดับการใช้ทรัพยากร

NEXTOPIA มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามเกณฑ์มาตรฐาน EDGE ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

ด้านพลังงาน (Energy Efficiency): สามารถลดการใช้พลังงานในการดำเนินงานได้ถึง 47% ผ่านการออกแบบที่รองรับแสงธรรมชาติและมีระบบหมุนเวียนอากาศที่ดี การใช้วัสดุ ETFE แทนกระจกเพื่อลดความร้อน รวมถึงการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟขนาดใหญ่เพื่อผลิตพลังงานสะอาด

ด้านน้ำ (Water Efficiency): ลดการใช้น้ำลงได้ 34% โดยให้ความสำคัญกับการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและลดการสูญเสีย ด้วยการเลือกใช้อุปกรณ์สุขภัณฑ์และนวัตกรรมประหยัดน้ำชนิดเพิ่มฟองอากาศ

ด้านวัสดุ (Materials Efficiency): ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตวัสดุก่อสร้างและตกแต่งได้ถึง 59% จากการเลือกใช้สีพิเศษที่ปลอดสารปรอทและตะกั่ว ปล่อยสารระเหยต่ำมาก (Ultra Low VOCs) ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุรียูส รีไซเคิล และวัสดุธรรมชาติที่มีโครงสร้างทนทาน

ยกระดับสุขภาวะผู้คนด้วยมาตรฐาน Fitwel

โครงการยังมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ใช้อาคารตามหลักการของ Fitwel ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่

ด้านสุขภาวะ (Well-being): ส่งเสริมสุขภาพผ่านสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ด้วยการติดตั้งระบบปรับอากาศขั้นสูง Displacement Air System (DAS) ผสาน Dedicated Outdoor Air System (DOAS) เพื่อแยกและกำจัดอากาศเก่า สารปนเปื้อน และเชื้อโรค พร้อมติดตั้งระบบความเย็นแบบแผ่รังสีจากพื้น (Floor Radiant Cooling) ที่ให้อุณหภูมิเย็นสม่ำเสมอโดยไม่ใช้การเป่าอากาศผ่านท่อลม (Forced Air) ช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ วัสดุที่ใช้ทั้งหมดเป็นแบบ Ultra Low VOCs และมีมาตรการทำความสะอาดตาม Fitwel Cleaning Policy นอกจากนี้ ยังมีการสื่อสารคุณภาพอากาศและเทรนด์โลกแบบเรียลไทม์ผ่าน “The Globe” ลูกโลกจำลองจอ LED ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เข้าใช้บริการ

การสนับสนุนการเคลื่อนไหวและความปลอดภัย (Increases Physical Activity): ออกแบบพื้นที่ด้วยแนวคิด Biophilic ผสานหลัก Active Design เพื่อกระตุ้นการขยับร่างกาย เช่น “The Spiral” บันไดโถงเชื่อมต่อพื้นที่ชั้น 4, 5 และ 5A เพื่อลดการใช้ลิฟต์ รวมถึงการตกแต่ง “The Forest Canopy” และ “The Ocean Canopy” ด้วยวัสดุรีไซเคิลและขยะทะเลเป็นงานศิลปะเพื่อดึงดูดผู้คนให้เดินขึ้นชั้น 5A นอกจากนี้ยังมี “The Kinetic Floor” และ “The Energy Playground” ที่ให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าจากการขยับร่างกาย พร้อมจัดเตรียมพื้นที่ออกกำลังกาย มุมพักผ่อน บริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต จุดฉีดวัคซีน และกิจกรรมสนับสนุนสินค้าท้องถิ่น

อาหารสุขภาพและน้ำดื่ม (Food & Water): ส่งเสริมการเข้าถึงโภชนาการที่ดีผ่านเมนูสุขภาพจากทุกร้านค้า พร้อมจัดตั้งจุดเติมน้ำดื่ม (Refill Stations) คุณภาพสูง รวมถึงการจัดตลาดเกษตรกร (Farmers Market) เพื่อแสดงสินค้าท้องถิ่นและเวิร์กช็อปอัพไซคลิง (Upcycling)

การสนับสนุนความเท่าเทียมในสังคม (Supports Social Equity for Vulnerable Populations): ออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เช่น ห้องน้ำมาตรฐาน ADA (American with Disabilities Act) สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ ห้องให้นมบุตร ตลอดจนการมอบพื้นที่สนับสนุนกลุ่มเปราะบาง อาทิ “Dots Coffee” ร้านกาแฟแห่งแรกของโลกที่พนักงานบาริสต้าทุกคนเป็นผู้พิการทางสายตา และ “Autistic Art” แกลลอรีจัดแสดงผลงานศิลปะจากเด็กออทิสติก

การสร้าง NEXTOPIA ให้เป็นเมืองต้นแบบแห่งอนาคตในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด “วิถีสยามพิวรรธน์” (Siam Piwat Way) ซึ่งเป็นพันธกิจที่บริษัทฯ ได้หล่อหลอมเข้าสู่ทุกกระบวนการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ เพื่อตอกย้ำการเป็น ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ ที่พร้อมสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

Back to top button