
BGRIM เปิดศึก “‘ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2026” ระดมทุนช่วยผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
BGRIM จัดแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิง ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ทีมไทยคว้าแชมป์ ระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ พร้อมกิจกรรมหลากหลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศล รายการ ควีนส์คัพ พิงค์ โปโล 2569 (Queen’s Cup Pink Polo 2026) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จบลงอย่างน่าประทับใจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาส ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม
โดยงานดังกล่าวจัดโดย บริษัท บี.กริม จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM นำโดย มิสเตอร์ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานบริษัท บี.กริม ในฐานะนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นางนันทินี แทนเนอร์ อุปนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย และประธานจัดการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศล เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569 ณ สนามไทย โปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา ซึ่งเป็นการแข่งขันโปโลหญิงระดับนานาชาติจากทีมประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศเกาหลีใต้ โดยในปีนี้ทีมเจ้าภาพอย่าง ไทย โปโล เป็นผู้คว้าชัยชนะและได้รับถ้วยพระราชทานไปครอง ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ที่ส่งเสียงสนับสนุนอย่างสนุกสนาน
นางนันทินี นักกีฬาขี่ม้าโปโลหญิงคนแรกของประเทศไทย ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า พิงค์ โปโล เป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงเพื่อการกุศล มีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาส ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ที่มีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาสและต้านภัยจากโรคมะเร็งเต้านมอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทาง ป้องกัน รักษา และดูแล เพื่อรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยได้รับความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในฐานะที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง จึงอยากเชิญชวนให้ผู้หญิงมารวมพลัง ช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมด้วยการสนับสนุนและส่งเสริมศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ผ่านกิจกรรมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโล พิงค์ โปโล ที่มีนักกีฬาเป็นผู้หญิงทั้งหมด รวมถึงการส่งเสริมกีฬาโปโลของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้หญิงรุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติได้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญเพื่อสังคมอันสร้างสรรค์เปี่ยมคุณค่า ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยดีเสมอมา
ทางด้าน นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม และมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ของการดำเนินงานตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทยอย่างแท้จริง ทางศูนย์จึงดำเนินงานช่วยเหลือผู้หญิงทุกคน
โดยเฉพาะผู้หญิงที่ขาดโอกาสทางสังคม จึงมีโครงการหลายโครงการที่ครอบคลุมการดำเนินงานเชิงป้องกัน รักษา และดูแล ประกอบด้วย โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โครงการภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ (Cellular Immunotherapy Project) โครงการประชุมวิชาการเพื่อยกระดับการรักษามะเร็งเต้านม (International Conferences & Seminars Project) โครงการสร้างความตระหนักรู้และใส่ใจสุขภาพเต้านม (Breast Cancer Awareness Campaign) โครงการช่วยเหลือผู้หญิงที่ขาดโอกาสในชุมชนแออัดให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกอย่างเท่าเทียม (Slum Project) และโครงการบ้านพิงพัก (Pink Park Village) ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้หญิงไทยทุกคน
นอกจากนี้ ก่อนการแข่งขันโปโล ยังมีการจัดการแข่งขัน บี.กริม พิงค์ คัพ ซีเอสไอวาย บี พัทยา พุทธศักราช 2569 (B.Grimm Pink Cup CSIY-B Pattaya 2026) เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางระดับเยาวชนนานาชาติ โดยมีนักกีฬาจาก 11 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน ภายในงานยังพบกับกิจกรรมที่หลากหลายจากการออกร้านของผู้สนับสนุน
ประกอบด้วย บูทกิจกรรมจากเหล่าผู้สนับสนุน และจุดเด่นหนึ่งของงานคือเหล่าบรรดาเชียร์ลีเดอร์จากประเทศเกาหลีที่เดินทางมาสร้างสีสันให้กับแขกผู้มีเกียรติในปีนี้ได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งยังมีการจัดแฟชั่นโชว์สุดสง่างามบนหลังม้า นำขบวนโดย คุณนันทินี แทนเนอร์ นักกีฬาขี่ม้าโปโลหญิงคนแรกของประเทศไทย และประธานจัดการแข่งขัน พร้อมทั้งยังมีเหล่านางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ร่วมแสดงแบบบนหลังม้าอีกด้วย
อีกหนึ่งสีสันที่พลาดไม่ได้คือประเพณี สตอมปิ้ง ดิวอทส์ (Stomping Divots) ของผู้เข้าชมการแข่งขัน ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติของกีฬาขี่ม้าโปโลในการย่ำหญ้าเพื่อกลบหลุมในสนามและกลบรอยเท้าม้าจากการแข่งขัน เพื่อสร้างสีสันให้กับงาน โดยเหล่าสุภาพสตรีทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ต่างลงสนามร่วมกันย่ำหญ้าอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลการแต่งกายยอดเยี่ยม (Best Dress Awards) และรางวัลหมวกยอดเยี่ยม (Best Hat Awards) ให้แก่บรรดาแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน
ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวนับเป็นการแข่งขันขี่ม้าโปโลหญิงการกุศลที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ซึ่งนอกจากจะสร้างความสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นแล้ว ผู้ร่วมงานยังได้อิ่มเอมใจไปกับการได้ร่วมทำบุญช่วยเหลือสังคมเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

