
SMO เดินเครื่องโรงพนม ดันกำลังผลิตแตะ 315 ตันต่อชม. ลุยสร้างโรงงานใหม่รับดีมานด์ B20
SMO เดินหน้าขยายกำลังการผลิต เตรียมเดินเครื่องโรงงานสาขาพนมในเดือนเมษายน 2569 ดันกำลังการผลิตรวมแตะ 315 ตันต่อชั่วโมง พร้อมเริ่มก่อสร้างโรงงานใหม่ที่สาขาพระพรหม รับแผนขยายธุรกิจภาคใต้และอานิสงส์นโยบายดีเซล B20
บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เปิดเผยความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิตของโรงงานสาขาพนม โดยขณะนี้การติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จเรียบร้อย และมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในเดือนเมษายน 2569
การลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อรองรับปริมาณผลผลิตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลผลผลิตสูงสุด
ทั้งนี้ การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมในการเสริมศักยภาพการดำเนินงานของบริษัท รองรับความต้องการรับซื้อผลปาล์มสดที่เพิ่มขึ้น และสนับสนุนโอกาสการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2569 อย่างต่อเนื่อง
การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมกำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 315 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และเสริมความพร้อมในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่า แนวโน้มรายได้ในปี 2570 อาจเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือเข้าสู่ช่วงการเติบโตแบบ S-Curve จากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตและแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ SMO ยังเดินหน้าขยายการลงทุนเพิ่มเติม โดยล่าสุดสาขาพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบแห่งใหม่ ขนาดกำลังการผลิต 75 ตันต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 1 แห่ง สะท้อนถึงความพร้อมด้านฐานะการเงินและแผนขยายธุรกิจในพื้นที่ภาคใต้อย่างครบวงจร
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีโอกาสได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่เร่งผลักดันการใช้น้ำมันดีเซล B20 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนหน้าสถานีบริการน้ำมัน โดยมีส่วนต่างราคาที่จูงใจ ซึ่งต่ำกว่าน้ำมัน B7 อยู่ 5 บาทต่อลิตรสำหรับรถบรรทุก ส่งผลให้ SMO ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ มีการประเมินเพิ่มเติมจากนักวิเคราะห์บางส่วนว่า บริษัทอาจมีศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหากโรงงานสามารถเดินเครื่องได้ตามแผนภายในเดือนเมษายน 2569 ก็อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลประกอบการเติบโตได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้
