
“ดีพร้อม” ยกระดับของดีแดนใต้ หนุนปลาไทยส่งออก-รังนกจ่อบุกจีน
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้ายกระดับวัตถุดิบภาคใต้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ต่อยอดปลา-รังนกไทยสู่สินค้ามูลค่าสูง พร้อมสร้างแบรนด์ ขยายตลาด และกระจายรายได้กลับสู่ชุมชน
ของดีจากภาคใต้หลายชนิดได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน แต่โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการท้องถิ่นคือการยกระดับวัตถุดิบให้ก้าวพ้นจากการจำหน่ายสินค้าพื้นฐาน สู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานสูง สร้างแบรนด์ และขยายโอกาสไปยังตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งต่อรายได้กลับสู่แรงงาน ผู้ผลิต และชุมชน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านเส้นทางของ 2 ธุรกิจในจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช ได้แก่ บริษัท อุตสาหกรรมทวีวงษ์ หาดใหญ่ จำกัด ผู้แปรรูปปลาทะเลจากแพปลาในพื้นที่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารส่งออกไปยังหลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร และบริษัท สยายปีกบิน จำกัด เจ้าของแบรนด์ “พอสรังนก PAUS Birdnest” ซึ่งต่อยอดธุรกิจจำหน่ายรังนกแบบธุรกิจต่อธุรกิจ หรือ B2B สู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมพร้อมรับประทาน และเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศจีน
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การยกระดับอุตสาหกรรมไทยไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันในทุกพื้นที่ เนื่องจากแต่ละภูมิภาคมีทรัพยากร ศักยภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน การพัฒนาผู้ประกอบการจึงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจจุดแข็งของพื้นที่ ก่อนต่อยอดด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ภาคใต้ไม่เพียงมีบทบาทเป็นประตูการค้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังมีความพร้อมด้านวัตถุดิบการเกษตร อุตสาหกรรมอาหารและประมง สมุนไพร และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และธุรกิจมูลค่าสูงได้
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) จึงขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการในภาคใต้ตามนโยบาย DIPROM FLEXi ซึ่งออกแบบการส่งเสริมให้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย ทั้งการยกระดับมาตรฐาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารและการตลาด
หัวใจสำคัญคือการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้ วิธีคิดใหม่ และความพร้อมในการปรับตัว เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ด้วยตนเอง สามารถสร้างงาน กระจายรายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว
สำหรับบริษัท อุตสาหกรรมทวีวงษ์ หาดใหญ่ จำกัด เริ่มต้นธุรกิจเมื่อกว่า 44 ปีก่อน จากครัวขนาดเล็กในจังหวัดสมุทรสาคร ผลิตขนมขบเคี้ยวจากปลาเพื่อส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย ก่อนย้ายฐานการผลิตมายังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้ใกล้แหล่งวัตถุดิบปลาทะเลและตลาดส่งออกหลัก
นายอดิรุจ ถาวรทวีวงษ์ ผู้บริหารบริษัท อุตสาหกรรมทวีวงษ์ หาดใหญ่ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานใช้ปลาทะเลสดจากแพปลาในพื้นที่เฉลี่ยวันละ 2 ตัน ทั้งปลาข้างเหลือง ปลาทรายแดง และปลาไร้ก้าง เพื่อผลิตปลาเส้น ปลากรอบ ปลาแผ่นอบกรอบ และปลาแผ่นนิ่ม ช่วยเพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบและสร้างรายได้ให้แก่ชาวประมงอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทวางจำหน่ายผ่าน Big C, Tops และ Makro ควบคู่กับการรับจ้างผลิต หรือ OEM และการทำตลาดภายใต้แบรนด์ “ทวีวงษ์” โดยส่งออกไปยังจีน มาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ขณะที่โรงงานในจังหวัดสงขลาจ้างงานคนในพื้นที่กว่า 120 คน
บริษัทเข้าร่วมโครงการของดีพร้อมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อม หรือ Eco Label รวมถึงประยุกต์ใช้ AI การตลาดออนไลน์ และแนวคิด Lean Manufacturing เพื่อลดความสูญเปล่าและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
การยกระดับดังกล่าวมีส่วนช่วยให้โรงงานได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร FSSC 22000 พร้อมขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทเตรียมพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต รวมถึงขยายบริการ OEM เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงกำลังการผลิตที่ได้มาตรฐานง่ายขึ้น
ด้านบริษัท สยายปีกบิน จำกัด ต่อยอดประสบการณ์จากธุรกิจจำหน่ายรังนกล้างแบบ B2B ซึ่งครอบครัวดำเนินการมากว่า 20 ปี สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “พอสรังนก PAUS Birdnest” เพื่อเพิ่มมูลค่ารังนกไทยและทำให้ผู้บริโภคภายในประเทศเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพได้มากขึ้น

นางสาวพิชามญชุ์ อัครยศพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยายปีกบิน จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทใช้รังนกแท้ 100% ไม่มีสารกันเสียและไม่ผ่านการฟอกขาว พร้อมได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมถึงมาตรฐาน GHP, HACCP และ HALAL
ปัจจุบันบริษัทพัฒนารังนกลอยแก้วแบบซองพร้อมรับประทาน และต่อยอดเป็นวัตถุดิบปรุงสุกสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและขนมหวาน โดยจำหน่ายผ่านหน้าร้าน ช่องทางออนไลน์ ร้านอาหาร ร้านขายยา และโรงพยาบาลชั้นนำ
ธุรกิจยังช่วยรักษาภูมิปัญญาการล้างรังนกและสร้างอาชีพให้คนในชุมชน เนื่องจากกระบวนการคัดแยก ล้าง และจัดรูปทรงต้องอาศัยแรงงานฝีมือที่เครื่องจักรไม่สามารถทดแทนได้ โดยแรงงานที่มีทักษะได้รับรายได้เฉลี่ย 15,000-20,000 บาทต่อเดือน
บริษัทได้เข้าร่วมโครงการด้าน Soft Power อาหาร และโครงการดีพร้อม คพอ. เพื่อเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหาร การวิเคราะห์ต้นทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด พร้อมสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม
สำหรับเป้าหมายต่อไป บริษัทเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศจีนภายใต้มาตรฐานสากล พร้อมสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการรังนกไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบ และผลักดันวัตถุดิบท้องถิ่นสู่สินค้ามูลค่าสูง ควบคู่กับการสร้างอาชีพ รายได้ และโอกาสให้คนในชุมชนเติบโตอย่างยั่งยืน

