
กสทช. ปั้น “LAW SHIFT 2026” ยกระดับกฎหมายสื่อสารรับยุค AI
กสทช. เดินหน้าหลักสูตร “LAW SHIFT 2026” ต่อเนื่องปีที่ 2 เสริมทักษะกฎหมายกิจการสื่อสาร รับการเปลี่ยนแปลงของ AI-Cloud-Data Center พร้อมต่อยอดข้อเสนอเพื่อปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ให้เท่าทันบริบทดิจิทัลยุคใหม่
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เดินหน้าจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่อ “LAW SHIFT 2026: Shaping Legal Mindsets for a Fast-Changing World” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรับมือความซับซ้อนทางกฎหมายในยุคดิจิทัล
พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลักสูตร LAW SHIFT เกิดขึ้นภายใต้นโยบายของ กสทช. ด้านกฎหมาย โดยมุ่งเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสำนักงาน กสทช. ให้สามารถเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการหลอมรวม หรือ Convergence มากขึ้น ขณะที่กฎหมายเฉพาะด้านบางฉบับมีข้อจำกัดในการรองรับบริบทใหม่ อาทิ พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 จึงจำเป็นต้องพัฒนาความรู้และแนวคิดด้านการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
ทั้งนี้ หลักสูตรไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มองค์ความรู้ทางกฎหมาย แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้เข้ารับการอบรม เพื่อนำข้อเสนอแนะและผลงานทางวิชาการไปประกอบการขับเคลื่อนและปรับปรุงกฎหมายของ กสทช. รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแล แพลตฟอร์ม OTT ในอนาคต
พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร ยังกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พลิกโฉมกฎหมายการสื่อสารฯ รับมือภัยใหม่ ก้าวไกลสู่อนาคต” โดยชี้ถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทย ทั้ง Data Center, Cloud และ AI ซึ่งปัจจุบัน กสทช. ได้อนุญาตประกอบกิจการแล้ว 26 รายทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นยังมาพร้อมความท้าทายหลายด้าน ทั้งระบบนิเวศ พลังงานสำรอง ระบบหล่อเย็น และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโจทย์เชิงนโยบายเกี่ยวกับประโยชน์และความคุ้มค่าที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุนของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันโครงสร้างพื้นฐานหลักอย่างระบบสื่อสารผ่านไฟเบอร์ออพติกและสายเคเบิลใต้น้ำยังคงมีความสำคัญต่อระบบสื่อสารของประเทศ
ด้าน นางนาฏฤดี เผื่อนอุดม ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวมุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและบูรณาการกฎหมายให้สามารถรับมือกับปัญหาที่มีความซับซ้อนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการอบรมเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อใช้ประกอบการจัดทำ พัฒนา และปรับปรุงกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลของ กสทช. ในระยะต่อไป
ภายในพิธีเปิดยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “The Future of Digital Infrastructure: Data Centers, AI และการยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย” โดย นางฐิติมา รุ่งผาติ Business Lead, Government Industry บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งระบุว่า ความสำเร็จของการนำ AI มาใช้ในองค์กรส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับการวางโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพของข้อมูล หรือ Data Foundation ควบคู่กับการทำความเข้าใจโจทย์ขององค์กรผ่านกระบวนการ Transformation Journey
ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การวางระบบสถาปัตยกรรมคลาวด์ การจัดการเครือข่าย การป้องกันการโจมตีแบบ DDoS การจัดเก็บ Log รวมถึงการบริหาร AI Layers ตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์และข้อมูล ไปจนถึง AI Models และ AI Agents เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้ในภาครัฐและยกระดับบริการดิจิทัลให้มีความมั่นคงและปลอดภัย
สำหรับหลักสูตร LAW SHIFT 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 กันยายน-5 พฤศจิกายน 2569 รวมระยะเวลาฝึกอบรม 72 ชั่วโมง มีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสำนักงาน กสทช. รวม 40 คน โดยสำนักงาน กสทช. คาดหวังว่าหลักสูตรดังกล่าวจะช่วยยกระดับทั้งความรู้ด้านกฎหมาย ทักษะการบังคับใช้ และความเข้าใจเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลกิจการสื่อสารท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล

