
ไทยชูโมเดลรักษ์โลกเวที COP17 ประหยัดงบกว่า 500 ล้านบาท ดันปฏิรูปภาษีที่ดิน
ไทยโชว์โมเดลอนุรักษ์ธรรมชาติบนเวที CBD COP17 ที่อาร์เมเนีย ชูแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งเพชรบุรีด้วยกำแพงไม้ไผ่ ประหยัดงบรัฐกว่า 17 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 500 ล้านบาท พร้อมผลักดันปฏิรูปภาษีที่ดิน ลดแรงจูงใจทำลายระบบนิเวศ และส่งเสริมกลไกการเงินเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพ
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี The Yerevan Call on Incentives Positive to Biodiversity ภายใต้การประชุมอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD COP17) ณ กรุงเยเรวาน สาธารณรัฐอาร์เมเนีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เพื่อผลักดันการปฏิรูปมาตรการทางเศรษฐศาสตร์และกลไกการเงินที่สนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติ
การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ อาร์เมเนีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ เม็กซิโก และไทย โดยมุ่งขับเคลื่อนเป้าหมายที่ 18 (Target 18) ภายใต้กรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับการลดหรือยกเลิกเงินอุดหนุนที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติ ควบคู่กับการเพิ่มแรงจูงใจเชิงบวกเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
ดร.รวีวรรณได้นำเสนอกรณีศึกษาการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเดิมใช้การก่อสร้างกำแพงกันคลื่น แต่ผลการศึกษาพบว่าส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้น รวมถึงพื้นที่หาดทรายและความหลากหลายทางชีวภาพลดลง รัฐบาลจึงปรับมาใช้แนวทางแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based Solutions) ด้วยการใช้กำแพงไม้ไผ่ทดแทน ส่งผลให้สามารถประหยัดงบประมาณภาครัฐได้กว่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทโดยประมาณ
ขณะเดียวกัน ไทยยังเดินหน้าปรับปรุงมาตรการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อลดแรงจูงใจในการเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยว หลังพบว่าเจ้าของที่ดินบางส่วนนำพื้นที่รกร้างที่มีมูลค่าสูง รวมถึงพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำ ไปปลูกกล้วยหรือมะนาว เพื่อให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า รัฐสภาได้อนุมัติการยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับพื้นที่สีเขียวบางประเภท รวมถึงพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนภายใต้กลไก T-VER เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศ และลดแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเปิดตัว 3 กลไกสำคัญ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่
* Yerevan Call on Incentives Positive to Biodiversity การประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองระดับสูง เพื่อผลักดันการปฏิรูปเงินอุดหนุนและแรงจูงใจที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติ พร้อมเพิ่มมาตรการจูงใจเชิงบวก
* Friends of Target 18 เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายที่ 18
* Yerevan Biodiversity Finance Challenge กลไกสนับสนุนการวางแผนทางการเงิน พัฒนามาตรการจูงใจ และระดมทรัพยากรเพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนแนวทางของไทยในการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ ทั้งมาตรการภาษี การจัดสรรงบประมาณ และกลไกทางการเงิน มาใช้สนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการลดภาระงบประมาณภาครัฐ และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว