“กอบศักดิ์” ชี้ 2 ปีสุดท้าย “ทรัมป์” ไม่ง่าย ศึก Midterm เดิมพันดุลอำนาจโลก

BBL แนะจับตาศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เดิมพันอำนาจรีพับลิกันทั้งสภาสูง-สภาล่าง หากพ่ายแพ้อาจทำให้ทรัมป์เผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบาย ทั้งสงครามการค้า มาตรการภาษี และงบประมาณ ชี้ผลต่างเพียงไม่กี่เสียงอาจเปลี่ยนดุลอำนาจการเมืองสหรัฐฯ และส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก


ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (Midterm Election) ว่า เป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการบริหารประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วง 2 ปีที่เหลือของวาระ โดยเฉพาะความสามารถในการผลักดันนโยบายสำคัญ ทั้งสงครามการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปรับเปลี่ยนนโยบายภายในประเทศ และมาตรการด้านเศรษฐกิจต่างๆ

ทั้งนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีที่นั่งในวุฒิสภา 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 400 ที่นั่งเป็นเดิมพัน โดยปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ด้วยสัดส่วน 53 ต่อ 47 เสียงในวุฒิสภา และ 218 ต่อ 214 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร หากผลการเลือกตั้งพลิกผันจนพรรครีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในสภาใดสภาหนึ่ง จะส่งผลต่ออำนาจในการกำหนดนโยบายและบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมาย การปรับโครงสร้างภาษี การจัดทำงบประมาณ ตลอดจนการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญ ซึ่งอาจเผชิญข้อจำกัดจากเสียงคัดค้านของพรรคเดโมแครต รวมถึงอาจเกิดกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี (Impeachment) ขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายนอกและความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ

ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องจับตาคือความสามารถของพรรครีพับลิกันในการระดมฐานเสียงออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะการสนับสนุนจากกลุ่ม MAGA รวมถึงกระแสตอบรับต่อนโยบายต่างๆ ของประธานาธิบดีทรัมป์ เช่น นโยบายเงิน 5,000 ดอลลาร์ และมาตรการด้านภาษี ว่าจะสามารถรักษาฐานเสียงและคะแนนสนับสนุนได้มากเพียงใด

ขณะที่สถิติการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ระหว่างปี 1934-2022 พบว่า ในกรณีที่ประธานาธิบดีและทั้งสองสภาอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคการเมืองเดียวกัน พรรคดังกล่าวมักสูญเสียที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยเฉลี่ยเสียที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรประมาณ 33.8 ที่นั่ง และในวุฒิสภาประมาณ 3.4 ที่นั่ง

สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการแข่งขันในวุฒิสภายังมีความสูสี โดยมีการประเมินสัดส่วนที่นั่งหลายรูปแบบ ตั้งแต่ 53 ต่อ 47, 52 ต่อ 48 และ 51 ต่อ 49 เสียง เนื่องจากหลายรัฐยังมีคะแนนสนับสนุนผู้สมัครจากทั้งสองพรรคใกล้เคียงกัน

ดังนั้น การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการเลือกตั้งที่แตกต่างกันเพียงไม่กี่เสียง อาจส่งผลต่อดุลอำนาจทางการเมืองของสหรัฐฯ และกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ การค้า และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในช่วง 2 ปีข้างหน้า ซึ่งย่อมมีผลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกตามมา

Back to top button