VGI เตรียมเปิดตลาดรุกสื่อสนามบินทยอยสะสมหลังปรับฐานลงกว่า 30%

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การเปิดตลาดสื่อในสนามบินของ VGI แม้ช่วงแรกจะสร้างกำไรไม่มากนัก แต่ทิศทางระยะยาวเป็นสื่อที่น่าจะเห็นการเติบโตที่ดี ขณะที่ ตลาดที่อยู่ในช่วงปรับฐานและยังผันผวน เป็นโอกาสให้ทยอยสะสม


บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ (12 พ.ค.) ว่า บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ VGI เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมลงทุนในบริษัท แอลอีดี แอดวานซ์ จำกัด สัดส่วนถือหุ้น 20% (แต่มีโอกาสถือสูงสุด 30%) วงเงินลงทุน 100 ล้านบาท (สูงสุด 180 ล้านบาท)

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวเป็นผู้ประกอบการให้บริการสื่อโฆษณาประเภทจอแอลอีดีในสนามบินเกือบทุกแห่งในประเทศไทย คือ ภายใต้ AOT 6 แห่ง (สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, เชียงรายและหาดใหญ่) จำนวน 25 จอและภายใต้กรมการบินพลเรือน 7 แห่ง (ขอนแก่น, อุดรธานี, อุบลราชธานี, สุราษฏร์ธานี, พิษณุโลก, กระบี่ และนครศรีธรรมราช) จำนวน 7 จอ รวมถึง เป็นผู้บริหารสื่อโฆษณาบริเวณสะพานเทียบเครื่องบิน (งวงช้าง) จำนวน 57 สะพานใน 5 สนามบินของ AOT (ยกเว้น สุวรรณภูมิ) และได้รับสิทธิบริหารจัดการเว็บไซต์ของ AOT ด้วย

 

การเข้าร่วมลงทุนดังกล่าว ถือเป็นการเจาะตลาดสื่อโฆษณาในสนามบินอย่างเต็มตัว ซึ่งฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกในด้านต่างๆคือ 1) สิทธิในการบริหารพื้นที่เป็นสัญญาค่อนข้างยาว 5-10 ปี นานกว่าสัญญาที่ผ่านๆมาและช่วยกระจายฐานรายได้ของบริษัท 2) ครองส่วนแบ่งการตลาดรายใหญ่ของสื่อในสนามบิน 3) เป็นโอกาสในการต่อยอดของธุรกิจปัจจุบันที่ VGI เป็นตัวแทนขายสื่อโฆษณาในเครื่องบินของ AAV และ 4) เป็นสื่อโฆษณาที่น่าจะมีศักยภาพทิศทางการเติบโตที่ดี วัดจากการเติบโตของผู้โดยสารเฉพาะสนามบินของ AOT เติบโตเฉลี่ยกว่า 12% ต่อปี และมีจำนวนผู้โดยสารสูงถึง 80 ล้านคน/ปี และ5)

ในระยะยาวหากการดำเนินงานมีผลตอบรับที่ดี มีความเป็นไปได้ที่จะนำบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนในตลาดฯ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ VGI ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในบริษัทดังกล่าวราว 200 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีก่อน ซึ่งเป็นปีแรกที่ได้รับสัญญา) โดย 60% ของรายได้มีการเซ็นสัญญาแล้ว และมี Net margin ราว 25% และ VGI จะรับรู้รายได้โดยวิธีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมได้ราว 10-15 ล้านบาท ยังไม่มีนัยฯมากนักต่อฐานกำไรรวมของ VGI

แต่ยังไม่ได้รวมในประมาณการ ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยรายจ่ายพิเศษจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่เบื้องต้นบริษัทเผยว่าจะมีจำนวนไม่มากนัก ทำให้โดยภาพรวมยังคงประมาณการและคาดกำไรปีนี้จะเติบโตถึง 40% จากฐานกำไรที่ต่ำปีก่อน

 

ราคาที่ปรับฐานลงมากว่า 30% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มฯบันเทิง อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะตลาดโดยรวมยังผันผวน บวกกับ จะเห็นการฟื้นตัวของกำไรชัดเจนจะเกิดในไตรมาส 4/58-59 จึงแนะนำนักลงทุนให้ใช้กลยุทธ์ ทยอยสะสม ราคาเป้าหมาย 5.90 บาท พร้อมรับปันผลอีก 0.025 บาท/หุ้น (หรือ 0.6%) ขึ้น XD 10 ก.ค.นี้

Back to top button