KS แนะซื้อ PTT เป้า 34.10 บาท ชี้กำไรมั่นคง-ปันผลสูง

“บล.กสิกรไทย” คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTT ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 34.10 บาท มองกำไรมีความมั่นคงและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง จะช่วยสนับสนุนแนวโน้มราคาหุ้นในระยะถัดไป


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS เปิดเผยบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT หลังบริษัทได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแผนการลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2569–2573 สำหรับ PTT และบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมด ในวงเงินรวม 7.66 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากแผนเดิมช่วงปี 2568–2572 ประมาณ 41% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.21 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของงบลงทุนดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 7 ซึ่งส่งผลให้การใช้จ่ายในธุรกิจก๊าซต้นน้ำเลื่อนออกไปประมาณ 1 แสนล้านบาท รวมถึงการจัดสรรงบลงทุนเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด โดยเฉพาะผ่านบริษัทย่อยที่ PTT ถือหุ้นทั้งหมด คือ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกตามประเภทธุรกิจ พบว่าแผนลงทุนใหม่ยังให้น้ำหนักหลักกับธุรกิจก๊าซธรรมชาติ โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 59% ของงบลงทุนทั้งหมด หรือราว 4.41 แสนล้านบาท ครอบคลุมโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 7 โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 5 และบางปะกง–โรงจักรพระนครใต้ รวมถึงโครงการท่าเทียบเรือก๊าซธรรมชาติเหลว ระยะที่ 3 ขณะที่งบลงทุนราว 38% หรือประมาณ 2.93 แสนล้านบาท จะใช้ในธุรกิจปลายน้ำ ธุรกิจการค้า และธุรกิจอื่น ๆ ส่วนที่เหลือประมาณ 4% หรือ 3.2 หมื่นล้านบาท จะใช้ในธุรกิจใหม่และการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับไฮโดรคาร์บอน

นอกจากนี้ PTT ยังเตรียมงบลงทุนสำรองเพิ่มเติมอีกประมาณ 1.152 แสนล้านบาท สำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าก๊าซธรรมชาติเหลวแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

บล.กสิกรไทย มีมุมมองเป็นกลางต่อแผนการลงทุนระยะ 5 ปีฉบับใหม่ เนื่องจากโครงการลงทุนหลักส่วนใหญ่ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้นความล่าช้าในโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่ 7 และการเร่งดำเนินกลยุทธ์แปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด ซึ่งถือเป็นปัจจัยจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมฐานะทางการเงินของบริษัทย่อยหลักในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ทั้งนี้ หากยังไม่พิจารณามูลค่าเพิ่มจากโครงการดังกล่าว แผนลงทุนใหม่อาจส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ PTT ลดลงจากภาระหนี้สินสุทธิที่สูงขึ้น คิดเป็นผลกระทบประมาณ 0.77 บาทต่อหุ้น

อย่างไรก็ตามยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTT โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ 34.10 บาท อิงจากผลตอบแทนรวมผู้ถือหุ้นประมาณ 16% พร้อมประเมินว่ากำไรที่มีความมั่นคงและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง จะช่วยสนับสนุนแนวโน้มราคาหุ้นในระยะถัดไป อีกทั้งยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด และโครงการ Genesis ที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายใหม่ในอนาคต

Back to top button